
๓๑ / ๓๓
ปางอทวิภาวะ
不二觀音Bù'èr Guānyīnปู๋เอ้อร์กวนอินญี่ปุ่น: ฟุนิ คันนง
แก่นของปางโลกไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ และความเงียบบางครั้งก็ตอบได้ลึกที่สุด
ลักษณะเด่น
ประทับหรือยืนบนใบบัวใบเดียวที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ท่าทางสงบ สมดุล พระหัตถ์วางต่ำหรือประสานกัน ส่วนภาพในคู่มือญี่ปุ่น 仏像図彙 ยืนบนใบบัวกลางน้ำและประสานพระหัตถ์
สรุปสั้น ๆ
- 不二 = ไม่เป็นสอง ไม่ยึดติดการแบ่งโลกเป็นคู่ตรงข้ามอย่างตายตัว
- หลักฐานสำคัญจากวิมลเกียรตินิทเทศสูตร บท "ประตูธรรมแห่งความไม่เป็นสอง"
- วิมลเกียรติตอบด้วยความเงียบ พระมัญชุศรีสรรเสริญว่านี่คือการเข้าสู่ประตูธรรมไม่เป็นสองอย่างแท้จริง
- พระรูปประทับบนใบบัวเหนือน้ำ อยู่กับโลกโดยไม่ถูกคลื่นพัดพา
- ไม่เป็นสอง ไม่ได้แปลว่าไม่มีถูกผิด หรือไม่ต้องรับผิดชอบ
- ต่างจากปางที่ 30 (เอกตถตา) ที่เน้นการเห็นตามจริง และมักอยู่บนเมฆ
- คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』จับคู่ปางนี้กับรูปกายวัชรปาณี (執金剛身) ในบทผู่เหมินผิ่น
ขอพรปางนี้อย่างไรรอตำหนักยืนยัน
ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดคลายทุกข์และคุ้มครอง เพราะความหมายของปางคือการไม่ยึดติดการแบ่งโลกเป็นสองขั้ว ซึ่งอาจช่วยคลายความขัดแย้งและความทุกข์ใจที่เกิดจากการแบ่งเขาแบ่งเรา
เมื่อพนมมือแล้ว ให้บอกชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของตน แล้วกล่าวเรื่องที่ขอให้ชัด เช่น ขอให้คลายความบาดหมางกับพี่น้องในครอบครัว และหันหน้าคุยกันได้ด้วยใจที่เปิดกว้าง จากนั้นกล่าวคำอธิษฐานของปางนี้ว่า “ขอให้ละความแบ่งแยก เห็นเขาเห็นเราเป็นหนึ่งเดียว” แล้วปิดด้วยพระนาม “นำโม กวนซีอิม ผู่สัก” สามจบ
“ขอให้ละความแบ่งแยก เห็นเขาเห็นเราเป็นหนึ่งเดียว”
บทสวดและเพลงประจำปางรอตำหนักยืนยัน
บทที่สวดคู่ได้
觀世音菩薩普門品ผู่เหมินผิ่น
ปางนี้ไม่มีคัมภีร์ของตัวเอง ตำราภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』จับคู่ไว้กับรูปกายวัชรปาณี (執金剛身) ในบทผู่เหมินผิ่น ถ้าจะสวดบทยาว สวดบทผู่เหมินผิ่นทั้งบทได้
บทสรรเสริญภาษาไทย กาพย์ยานี ๑๑
ใบบัวเหนือผิวน้ำงามนิ่งตามสายน้ำไหลอยู่กับโลกเพียงใดไม่ถูกคลื่นพัดพาไป
โลกไม่ใช่ขาวดำทำใจกว้างไม่แบ่งใครความเงียบตอบลึกได้ดั่งวิมลเกียรตินิ่ง
ไม่สองไม่แปลว่าผิดถูกหาไม่มีจริงรับผิดชอบทุกสิ่งขอละความแบ่งแยกใจ
นำโม กวนซีอิม ผู่สัก (สามจบ)
อุทิศ ขออุทิศกุศลแห่งการสวดนี้ แด่ผู้ที่ถูกแบ่งแยก และสรรพสัตว์ทั้งปวง
ตำหนักเรียบเรียงจากความหมายของปาง ไม่ใช่พระสูตร ใช้สวดหน้าองค์หรือสวดในใจได้ ไม่มีจำนวนจบที่กำหนด
ที่มาของแต่ละบท
- วิมลเกียรติตอบเรื่องประตูธรรมแห่งความไม่เป็นสองด้วยความเงียบ จากวิมลเกียรตินิทเทศสูตร (T0475 หน้า 550b28–551c26)
- ไม่เป็นสอง ไม่ได้แปลว่าไม่มีถูกผิด หรือไม่ต้องรับผิดชอบ ตามข้อคิดของปาง
เป็นเพลงสำหรับฟังขณะสงบใจหรือระหว่างกราบ
ความหมายและเรื่องเล่า
ส่วนนี้บอกไว้เสมอว่าเรื่องใดมาจากพระสูตรหรือเอกสารเก่า เรื่องใดเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา และส่วนใดเป็นข้อคิดสำหรับชีวิตวันนี้
ชื่อนี้หมายถึงอะไร
ชื่อจีน 不二觀音 อ่านแบบจีนกลางว่า ปู๋เอ้อร์กวนอิน ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ฟุนิ คันนง คำว่า 不二 แปลตรงตัวว่า “ไม่เป็นสอง” ในทางพุทธหมายถึงการไม่ยึดติดสิ่งที่เป็นคู่ตรงข้าม ว่าเป็นความจริงที่แยกขาดจากกันตายตัว
ชื่อไทย “อทวิภาวะ” และชื่อเชิงวิชาการ “อวโลกิเตศวรทรงไม่เป็นสอง” เป็นคำอธิบายแนวคิดนี้ ไม่ใช่หลักฐานว่าพระรูปมาจากคัมภีร์สันสกฤตเล่มใดเล่มหนึ่ง
ประตูธรรมไม่เป็นสองในวิมลเกียรตินิทเทศสูตร
แนวคิดไม่เป็นสองมีหลักฐานชัดที่สุดใน วิมลเกียรตินิทเทศสูตร (維摩詰所說經 ไทโช T0475) ฉบับแปลของพระกุมารชีวะ บทที่ 9 ของพระสูตรชื่อ 入不二法門品 แปลว่า “บทว่าด้วยการเข้าสู่ประตูธรรมไม่เป็นสอง” วิมลเกียรติคือคฤหบดีแห่งเมืองไวศาลี ฆราวาสผู้มีปัญญาลึกซึ้ง
คัมภีร์เล่าว่า วิมลเกียรติถามพระโพธิสัตว์ในที่ประชุมว่า พระโพธิสัตว์เข้าสู่ประตูธรรมไม่เป็นสองได้อย่างไร พระโพธิสัตว์ 31 องค์ตอบทีละองค์ โดยยกสิ่งที่คนมักเห็นเป็นคู่ขึ้นมาองค์ละคู่ เช่น เกิดกับดับ เรากับของเรา เศร้าหมองกับบริสุทธิ์ ดีกับไม่ดี บาปกับบุญ แล้วชี้ว่าเมื่อเห็นธรรมชาติที่แท้ คู่นั้นก็ไม่ใช่สอง
องค์สุดท้ายคือพระโพธิสัตว์เล่อสือ (樂實菩薩) ยกคู่ “จริงกับไม่จริง” และกล่าวว่า 非肉眼所見,慧眼乃能見 คือ สิ่งนี้ตาเนื้อเห็นไม่ได้ ตาแห่งปัญญาจึงจะเห็น จากนั้นพระโพธิสัตว์ทั้งหลายถามพระมัญชุศรี คัมภีร์ให้พระมัญชุศรีตอบว่า ต่อธรรมทั้งปวงไม่มีคำพูด ไม่มีการแสดง ไม่มีการรู้ พ้นจากการถามตอบทั้งปวง แล้วหันไปถามวิมลเกียรติบ้าง
คัมภีร์บันทึกคำตอบของวิมลเกียรติว่า 時維摩詰默然無言 แปลว่า ขณะนั้นวิมลเกียรตินิ่งเงียบ ไม่กล่าวคำใด พระมัญชุศรีจึงสรรเสริญว่า ดีแล้ว ดีแล้ว ที่ไม่มีแม้อักษรและถ้อยคำ นี่คือการเข้าสู่ประตูธรรมไม่เป็นสองอย่างแท้จริง คัมภีร์ปิดบทว่า พระโพธิสัตว์ห้าพันองค์ในที่ประชุมล้วนเข้าสู่ประตูธรรมไม่เป็นสอง
คำเรียกว่า “ความเงียบที่ดังดุจฟ้าร้อง” เป็นถ้อยคำของผู้อ่านรุ่นหลัง ไม่ใช่ถ้อยคำในคัมภีร์ และควรย้ำว่า พระสูตรเอ่ยพระนามพระอวโลกิเตศวร (觀世音菩薩) เพียงครั้งเดียวในรายชื่อผู้มาประชุมตอนเปิดเรื่อง ส่วนในบทนี้ไม่ได้กล่าวถึงพระองค์เลย ชื่อ 不二觀音 จึงเกิดจากการนำแนวคิดในพระสูตรมาตั้งเป็นชื่อภาพในชุด 33 ปาง ไม่ใช่ชื่อที่พระสูตรให้ไว้
ความว่างไม่ได้แปลว่าอะไรก็ได้
หนังสือฉบับวิชาการอ้างปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร (般若波羅蜜多心經) ที่กล่าวว่ารูปกับความว่างไม่แยกจากกัน เพื่อช่วยให้เข้าใจแนวคิดไม่เป็นสองได้ลึกขึ้น แต่หฤทัยสูตรไม่ใช่บัญชีรายชื่อกวนอิม 33 ปาง จึงใช้อธิบายธรรมได้ แต่ใช้ยืนยันที่มาของพระรูปไม่ได้
ข้อความทำนองเดียวกันมีในบทประตูธรรมไม่เป็นสองด้วย พระโพธิสัตว์สี่เจี้ยน (喜見菩薩) กล่าวว่า 色即是空 คือรูปนั่นแหละคือความว่าง ไม่ใช่ว่ารูปดับไปแล้วจึงว่าง แต่รูปว่างโดยธรรมชาติของมันเอง
ความว่าง หรือศูนยตา ไม่ได้แปลว่าไม่มีสิ่งใดมีผล หรือการทำร้ายไม่สำคัญ แต่หมายถึงการพิจารณาว่าสิ่งทั้งหลายไม่มีตัวตนตั้งมั่นโดยแยกจากเหตุปัจจัย การยกคำว่า “ไม่เป็นสอง” มาลบความทุกข์ของผู้อื่นจึงเป็นการตีความที่ต้องระวัง
พระรูปในชุด 33 ปางและคู่มือภาพญี่ปุ่น
ภาพในชุด 33 ปางมักเป็นพระกวนอิมบนใบบัวใบเดียวที่ลอยเหนือผิวน้ำ ท่าทางสงบ พระหัตถ์วางต่ำหรือประสานกัน หนังสือฉบับวิชาการสงวนไว้ว่า แบบภาพนี้ “อาจ” ใช้บัวและน้ำร่วมกับท่าประทับที่สงบ โดยเทียบจากรายชื่อ 33 ปางของวัดเซโชจิ (清昌寺) ในญี่ปุ่น ไม่ได้อ้างคัมภีร์ใดที่ระบุรูปลักษณ์ไว้
คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』(พิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1690 ฉบับเพิ่มเติม ค.ศ. 1783) วาดปางนี้ยืนบนใบบัวกลางน้ำ ประสานพระหัตถ์ และกำกับใต้ภาพว่า “執金剛身” คือรูปกายผู้ถือวัชระ ชื่อกายนี้มาจากบทผู่เหมินผิ่น (普門品) ในสัทธรรมปุณฑรีกสูตร (妙法蓮華經 ไทโช T0262 เล่ม 9 หน้า 57b18) ซึ่งกล่าวว่า ผู้ใดควรได้รับการโปรดด้วยกายผู้ถือวัชระ พระอวโลกิเตศวรก็ทรงแสดงกายนั้นแล้วแสดงธรรม
กายผู้ถือวัชระเป็นกายสุดท้ายในรายชื่อกายที่บทผู่เหมินผิ่นนับไว้ แต่การนำกายนี้มาจับคู่กับปางไม่เป็นสองเป็นการจัดชุดของคู่มือภาพเอง ไม่ใช่ข้อความในพระสูตร บทผู่เหมินผิ่นไม่ได้พูดถึงใบบัว น้ำ หรือความไม่เป็นสอง
เมื่อพบพระรูปจริง ควรดูป้ายชื่อหรือจารึกบนฐานก่อน ปางเอกตถตา (一如觀音) ปางที่ 30 มีชื่อเป็นศัพท์ธรรมใกล้กัน แต่มักอยู่บนเมฆ ส่วนปางนี้มักอยู่บนใบบัวเหนือน้ำ ภาพบัวลอยน้ำยังพบในปางใบบัวหนึ่งใบ (ปางที่ 13) ที่เน้นการลอยข้ามคลื่น และปางหลิวหลี (ปางที่ 23) ที่ถือกระถางธูป ส่วนปางนี้เน้นความสงบนิ่ง
ความหมายในชีวิตวันนี้
คนเรามักแบ่งตัวเองกับคนอื่นว่าเป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายเลวอย่างถาวร ปางนี้ชวนให้เห็นว่าพฤติกรรมของคนมีเหตุปัจจัย และเปลี่ยนแปลงได้ เราอาจเข้าใจที่มาของความโกรธ พร้อมกับห้ามการทำร้ายไปด้วย
แต่ “ไม่เป็นสอง” ไม่ได้แปลว่าไม่มีถูกไม่มีผิด เรายังต้องแยกยากับพิษ ความจริงกับข่าวลือ และยังต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ ทางสายกลางก็ไม่ใช่การเลือกคำตอบครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่คือการไม่สุดโต่ง
ส่วนความเงียบของวิมลเกียรติคือความเงียบของปัญญา ไม่ใช่ความเงียบที่เกิดจากความกลัว
ปางที่มักสับสนกัน
- ๓๐ปางเอกตถตา一如觀音
ทั้งสองปางมีชื่อเป็นศัพท์ธรรมใกล้กัน แต่ปางเอกตถตามักอยู่บนเมฆ ส่วนปางนี้มักอยู่บนใบบัวเหนือน้ำ จึงไม่ควรตัดสินจากท่านั่งอย่างเดียว
- ๑๓ปางใบบัวหนึ่งใบ一葉觀音
ทั้งสองปางอยู่บนใบบัวเหนือน้ำ แต่ปางใบบัวหนึ่งใบเน้นการลอยข้ามคลื่น ส่วนปางนี้เน้นท่าทางสงบนิ่ง
- ๒๓ปางหลิวหลี琉璃觀音
ทั้งสองปางอยู่บนบัวลอยน้ำ แต่ปางหลิวหลีถือกระถางธูปในพระหัตถ์ ส่วนปางนี้เน้นท่าทางสงบนิ่ง
ถามสั้น ตอบสั้น
- กวนอิมปางอทวิภาวะหมายถึงอะไร
- 不二 แปลว่าไม่เป็นสอง หมายถึงการไม่ยึดติดสิ่งคู่ตรงข้ามว่าแยกขาดจากกันตายตัว แนวคิดนี้มีหลักฐานชัดที่สุดในวิมลเกียรตินิทเทศสูตร (ไทโช T0475) บทประตูธรรมไม่เป็นสอง ที่วิมลเกียรติตอบคำถามด้วยความเงียบ แต่ไม่เป็นสองไม่ได้แปลว่าไม่มีถูกผิดหรือไม่ต้องรับผิดชอบ
- ปางอทวิภาวะมาจากพระสูตรไหน
- ชื่อ 不二觀音 ไม่มีในพระสูตร บทประตูธรรมไม่เป็นสองของวิมลเกียรตินิทเทศสูตรอธิบายความหมายของชื่อได้ แต่ในบทนั้นไม่ได้กล่าวถึงพระอวโลกิเตศวรเลย ส่วนคู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』จับคู่ปางนี้กับรูปกายผู้ถือวัชระ (執金剛身) ในบทผู่เหมินผิ่น ซึ่งเป็นการจัดชุดของคู่มือ ไม่ใช่ข้อความในพระสูตร
- กวนอิมปางอทวิภาวะขอพรเรื่องอะไร
- ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดคลายทุกข์และคุ้มครอง ซึ่งเป็นธรรมเนียมของตำหนัก ไม่ใช่ข้อกำหนดในพระสูตร ความหมายนี้โยงกับการละความยึดติดในการแบ่งเขาแบ่งเรา
- ปางอทวิภาวะต่างจากปางเอกตถตาอย่างไร
- ชื่อทั้งสองเป็นศัพท์ธรรมใกล้กัน แต่เป็นคนละปางในชุด 33 ปาง ปางเอกตถตามักอยู่บนเมฆ ส่วนปางอทวิภาวะมักประทับบนใบบัวเหนือน้ำ ควรดูป้ายชื่อหรือจารึกบนฐานประกอบ ไม่ตัดสินจากท่านั่งอย่างเดียว
ตำแหน่งในตำหนัก
จุดที่ ๓๑ ตามลำดับการเดินไหว้ — ดู ผังจุดไหว้ในตำหนัก