
๑๒ / ๓๓
ปางจันทร์ในน้ำ
水月觀音Shuǐyuè Guānyīnสุ่ยเยว่กวนอินญี่ปุ่น: ซุยเก็ตสึ คันนง
แก่นของปางเงาจันทร์ในน้ำ งามจนอยากคว้า แต่เมื่อยื่นมือไป พบเพียงน้ำ
ลักษณะเด่น
ประทับบนศิลาริมน้ำในท่าผ่อนคลาย ยกพระชานุขวาขึ้นและวางพระกรพาดไว้ ด้านหลังมักมีวงกลมที่เป็นทั้งรัศมีและดวงจันทร์ ทอดพระเนตรเงาจันทร์บนผิวน้ำ ส่วนคู่มือภาพญี่ปุ่นวาดยืนบนกลีบบัวกลางน้ำ
สรุปสั้น ๆ
- เป็นปางที่งดงามเชิงกวีที่สุดปางหนึ่ง ภาพพระกวนอิมชมเงาจันทร์บนผิวน้ำ
- บันทึกจีนระบุว่าจิตรกรโจวฝ่างแห่งราชวงศ์ถังเป็นผู้สร้างแบบภาพนี้
- ท่าประทับผ่อนคลายยกพระชานุ เรียกว่าท่า "ราชลีลาสนะ"
- ฉากหลังชวนนึกถึงเขาโปตลกะ ที่ประทับของพระอวโลกิเตศวร
- ข้อคิด: มองเห็นความงาม แต่ไม่ยึดติด
- คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』วาดยืนบนกลีบบัวกลางน้ำ ต่างจากแบบจีนที่นั่งบนศิลา และจับคู่กับรูปกายพระปัจเจกพุทธเจ้า
ขอพรปางนี้อย่างไรรอตำหนักยืนยัน
ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดความรักและคลายทุกข์ เพราะปางจันทร์ในน้ำชวนให้เห็นว่าสิ่งที่ใจยึดถือเปรียบเหมือนเงาจันทร์ในน้ำ งามแต่คว้าไว้ไม่ได้ เมื่อคลายการยึด ใจก็เบาลง
เวลาขอพร ให้พนมมือ บอกชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของตน แล้วกล่าวเรื่องที่ขอให้ชัด เช่น ขอให้คลายความหึงหวงและความกังวลในความสัมพันธ์ จากนั้นกล่าวว่า “ขอให้เห็นความจริงของสิ่งที่ยึดถือ และคลายจากความลุ่มหลง” แล้วปิดด้วยพระนาม “นำโม กวนซีอิม ผู่สัก” สามจบ
“ขอให้เห็นความจริงของสิ่งที่ยึดถือ และคลายจากความลุ่มหลง”
บทสวดและเพลงประจำปางรอตำหนักยืนยัน
บทที่สวดคู่ได้
觀世音菩薩普門品ผู่เหมินผิ่น
ปางนี้ไม่มีคัมภีร์ของตัวเอง ตำราภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』จับคู่ไว้กับรูปกายพระปัจเจกพุทธเจ้า (辟支佛身) ในบทผู่เหมินผิ่น ถ้าจะสวดบทยาว สวดบทผู่เหมินผิ่นทั้งบทได้
บทสรรเสริญภาษาไทย กาพย์ยานี ๑๑
เงาจันทร์บนผิวน้ำงามจนใจอยากคว้าไว้ครั้นยื่นมือลงไปพบเพียงน้ำที่ไหลวน
งามได้แต่ไม่ยึดใจไม่มืดหลงสับสนดั่งฟองน้ำกลางฝนปรากฏแล้วเลือนหายไป
ขอเห็นความจริงแท้แม้รักยังเต็มหัวใจคลายหึงคลายหวงไปรักอย่างไม่ผูกมัดกัน
นำโม กวนซีอิม ผู่สัก (สามจบ)
อุทิศ ขออุทิศกุศลแห่งการสวดนี้ แด่ผู้ที่กำลังเจ็บจากความรัก และสรรพสัตว์ทั้งปวง
ตำหนักเรียบเรียงจากความหมายของปาง ไม่ใช่พระสูตร ใช้สวดหน้าองค์หรือสวดในใจได้ ไม่มีจำนวนจบที่กำหนด
ที่มาของแต่ละบท
- เงาจันทร์ในน้ำ งามแต่คว้าไม่ได้ ตามความหมายของปาง
- สิ่งปรุงแต่งดั่งความฝัน ภาพมายา ฟองน้ำ และเงา จากวัชรปรัชญาปารมิตาสูตร (T0235 หน้า 752b28–29)
เป็นเพลงสำหรับฟังขณะสงบใจหรือระหว่างกราบ
ความหมายและเรื่องเล่า
ส่วนนี้บอกไว้เสมอว่าเรื่องใดมาจากพระสูตรหรือเอกสารเก่า เรื่องใดเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา และส่วนใดเป็นข้อคิดสำหรับชีวิตวันนี้
ชื่อนี้หมายถึงอะไร
ชื่อจีน 水月觀音 อ่านแบบจีนกลางว่า สุ่ยเยว่กวนอิน แปลว่าพระกวนอิมแห่งน้ำและจันทร์ หรือพระกวนอิมผู้ชมเงาจันทร์ในน้ำ ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ซุยเก็ตสึ คันนง
ในชื่อมีสามสิ่งซ้อนกัน คือดวงจันทร์ที่อยู่จริงบนฟ้า ผิวน้ำที่รองรับภาพ และเงาสะท้อนที่มองเห็นได้แต่หยิบจับไม่ได้ อาจตีความได้ว่า สามชั้นนี้ทำให้ปางนี้เหมาะแก่การพิจารณาเรื่องความจริง สิ่งที่ปรากฏ และการไม่ยึดติด
หนังสือฉบับวิชาการระบุว่า พจนานุกรมพุทธศาสนา (佛學大辭典) ของติงฝูเป่า (丁福保) อธิบายว่า ภาพพระกวนอิมผู้พิจารณาจันทร์ในน้ำ เรียกว่ากวนอิมจันทร์ในน้ำ ชื่อจึงหมายถึงการมองเงาบนผิวน้ำ แต่ภาพที่สืบทอดมาไม่ได้แสดงดวงจันทร์และเงาชัดทุกชิ้น บางงานใช้วงรัศมี น้ำ หรือท่านั่งบอกแทน
จิตรกรสมัยถังกับต้นแบบของภาพ
หลักฐานสำคัญของปางนี้อยู่ในเอกสารจิตรกรรม ไม่ใช่พระไตรปิฎก หนังสือฉบับวิชาการระบุว่า ลี่ไต้หมิงฮว่าจี้ (歷代名畫記) หรือบันทึกจิตรกรมีชื่อ ของจางเยี่ยนหย่วน (張彥遠) เรียบเรียงในศตวรรษที่ 9 เล่ม 10 กล่าวถึงโจวฝ่าง จิตรกรสมัยราชวงศ์ถัง ว่าเริ่มจากศึกษาวิธีของจางเซวียน แล้วพัฒนาแบบของตน พระโพธิสัตว์สง่างาม และ “สร้างรูปแบบน้ำจันทร์อย่างวิเศษ”
แต่ข้อความโบราณสั้นมาก ไม่มีภาพร่างหรือวันที่ และผลงานต้นแบบไม่เหลือให้ตรวจ จึงยังตอบไม่ได้ว่าภาพของโจวฝ่างเหมือนรูปปางจันทร์ในน้ำที่รู้จักวันนี้เพียงใด คำว่า “สร้าง” อาจหมายเพียงทำให้รูปแบบเด่นและได้รับการยอมรับ ไม่ได้พิสูจน์ว่าก่อนหน้านั้นไม่มีใครวาดแบบนี้
ท่านั่งริมน้ำและฉากเขาโปตลกะ
หนังสือฉบับวิชาการระบุว่า ภาพจันทร์ในน้ำได้รับความนิยมในช่วงปลายราชวงศ์ถัง สมัยห้าราชวงศ์ และซ่งเหนือ ภาพที่ถ้ำตุนหวงวางพระกวนอิมไว้ท่ามกลางภูเขา ศิลา น้ำ เมฆ ไผ่ และวงรัศมี
รูปแบบที่มีชื่อมากคือพระองค์ประทับบนศิลา ยกพระชานุขวาขึ้น พาดพระกรหรือวางพระหัตถ์ใกล้พระชานุ ขาอีกข้างพับขวางด้านหน้า ท่านี้เรียกว่า ท่าราชลีลาสนะ หรือท่านั่งผ่อนคลายอย่างผู้สูงศักดิ์ พิพิธภัณฑ์เมโทรโพลิแทนมีประติมากรรมไม้สมัยเหลียวชิ้นหนึ่ง (เลขทะเบียน 28.56) และอธิบายว่าท่านี้เป็นเครื่องหมายของรูปจันทร์ในน้ำ แสดงพระองค์ในดินแดนโปตลกะ รูปแบบนี้ยังไปถึงเกาหลี
ฉากเขาโปตลกะมีที่มาในพระสูตร อวตังสกสูตร (華嚴經) ฉบับ 80 ผูก แปลโดย 實叉難陀 (ไทโช T0279) ตอนเข้าสู่ธรรมธาตุ ผูกที่ 68 กล่าวว่า “於此南方有山,名補怛洛迦” แปลว่า ทางใต้มีภูเขาชื่อโปตลกะ ที่นั่นมีพระโพธิสัตว์ชื่ออวโลกิเตศวร และมีคาถาว่า “海上有山多聖賢” แปลว่า ภูเขากลางทะเลมีผู้ประเสริฐมากมาย พระสูตรยังเล่าว่าสุธนกุมารพบพระองค์ในหุบผาที่มีธารน้ำ ประทับขัดสมาธิบนศิลาแก้ว (金剛寶石) ฉากศิลาริมน้ำจึงมีรากในคัมภีร์ แต่ท่าราชลีลาสนะเป็นพัฒนาการในงานศิลปะ ไม่ใช่คำบรรยายในพระสูตร
ต่อมาในจีน ชื่อโปตลกะถูกรับมาเป็นชื่อเกาะผู่โถวซานในมณฑลเจ้อเจียง ศูนย์กลางการจาริกสำคัญของกวนอิม การซ้อนสถานที่เช่นนี้เป็นเรื่องประวัติศาสตร์ ไม่ได้แปลว่าภูเขาในคัมภีร์กับเกาะในจีนเป็นจุดเดียวกัน
จันทร์ในน้ำสอนอะไร
เงาจันทร์ในน้ำไม่ใช่สิ่งที่ไม่มีอยู่เลย เรามองเห็นแสงจริง แต่เงานั้นไม่ใช่ดวงจันทร์ที่ตกลงมาในสระ ถ้ายื่นมือไปคว้าจะพบแต่น้ำ
วัชรัจเฉทิกาปรัชญาปารมิตาสูตร (金剛般若波羅蜜經) ฉบับแปลของพระกุมารชีวะ (ไทโช T0235) ลงท้ายด้วยคาถาว่า “一切有為法,如夢幻泡影,如露亦如電,應作如是觀” แปลว่า สิ่งปรุงแต่งทั้งปวงดุจความฝัน มายา ฟองน้ำ เงา ดุจน้ำค้างและสายฟ้าแลบ พึงพิจารณาเช่นนี้ พระสูตรไม่ได้ใช้คำว่าจันทร์ในน้ำตรง ๆ แต่ชี้ไปทางเดียวกัน คือสิ่งที่ปรากฏอาศัยเงื่อนไขและเปลี่ยนเร็ว จึงไม่ควรยึดเป็นตัวตนถาวร
แต่ความว่างไม่ได้แปลว่าความทุกข์ของคนไม่มีความหมาย มหายานวางปัญญาคู่กับความกรุณา เมื่อสิ่งทั้งหลายอาศัยเงื่อนไข การเปลี่ยนเงื่อนไขก็ลดทุกข์ได้
วงกลมหลังองค์ไม่ได้บอกว่าเป็นปางนี้เสมอ
วงกลมด้านหลังองค์พระในภาพจันทร์ในน้ำ อ่านได้ทั้งเป็นพระรัศมีและเป็นดวงจันทร์ แต่รูปกวนอิมที่มีวงรัศมีไม่ใช่ปางจันทร์ในน้ำทั้งหมด ปางรัศมีวงกลมมีชื่อเฉพาะของตน และเน้นแสงที่แผ่ออกไป ส่วนปางนี้เน้นแสงจันทร์ที่ปรากฏผ่านผิวน้ำ การระบุจึงต้องดูน้ำ ศิลา ท่านั่ง และป้ายชื่อประกอบกัน
คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』(ค.ศ. 1690) วาดปางนี้ต่างจากแบบจีน คือ ยืนบนกลีบบัวที่ลอยในน้ำ มีดวงจันทร์ในเมฆมุมบน ไม่ใช่นั่งราชลีลาสนะบนศิลา คำกำกับใต้ภาพคือ “辟支佛身” รูปกายพระปัจเจกพุทธเจ้า หนึ่งในกายที่บทผู่เหมินผิ่น (ไทโช T0262 เล่ม 9 หน้า 57a25) กล่าวว่าพระโพธิสัตว์แสดงเพื่อโปรดสัตว์ ตัวบทว่า “即現辟支佛身而為說法” แปลว่า ย่อมปรากฏกายเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้วแสดงธรรม พระรูปปางนี้จึงมีสองแบบ แบบจีนตั้งแต่สมัยถังนั่งบนศิลา แบบคู่มือญี่ปุ่นยืนบนกลีบบัว การจับคู่นี้เป็นการจัดชุดของคู่มือ ไม่ใช่ข้อความในพระสูตร
ความหมายในชีวิตวันนี้
ชื่อเสียง คำชม หรือภาพที่คนอื่นมองเรา ก็เหมือนเงาจันทร์ในน้ำ งดงามได้ แต่สั่นไหวไปตามลม
ปางนี้ไม่ได้บอกให้หนีโลก แต่ชวนให้ชื่นชมความงามได้โดยไม่ยึดติด ใจจึงเป็นอิสระ และมีแรงกลับไปช่วยเหลือผู้คนต่อไป
ปางที่มักสับสนกัน
- ๐๔ปางรัศมีวงกลม圓光觀音
ทั้งสองปางมีวงกลมด้านหลัง แต่ปางนี้มีฉากน้ำ ศิลา และเงาจันทร์ ส่วนปางรัศมีวงกลมเน้นแสงที่แผ่ออกไป
ถามสั้น ตอบสั้น
- กวนอิมปางจันทร์ในน้ำมีลักษณะอย่างไร
- รูปที่มีชื่อมากแสดงพระองค์ประทับบนศิลาริมน้ำ ยกพระชานุขวาขึ้นในท่าผ่อนคลาย ด้านหลังมักมีวงกลมที่อ่านได้ทั้งเป็นพระรัศมีและดวงจันทร์ บางภาพแสดงเงาจันทร์บนผิวน้ำ แต่ไม่ใช่ทุกชิ้น
- กวนอิมปางจันทร์ในน้ำขอพรเรื่องอะไร
- ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดความรักและคลายทุกข์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของตำหนัก ไม่ใช่ข้อกำหนดในพระสูตร ความหมายของปางชวนให้ชื่นชมความงามโดยไม่ยึดติด
- ปางจันทร์ในน้ำต่างจากปางรัศมีวงกลมอย่างไร
- ทั้งสองปางมีวงกลมด้านหลังเหมือนกัน แต่ปางจันทร์ในน้ำมีฉากน้ำ ศิลา และเงาจันทร์ ส่วนปางรัศมีวงกลมเน้นแสงที่แผ่ออกไป ถ้าภาพมีเพียงวงกลมใหญ่ ควรดูป้ายชื่อประกอบก่อนตัดสิน
ตำแหน่งในตำหนัก
จุดที่ ๑๒ ตามลำดับการเดินไหว้ — ดู ผังจุดไหว้ในตำหนัก