องค์ปางภรรยาหม่าหลาง 馬郎婦觀音 ในตำหนักผู่โถวเจ้าแม่กวนอิม

๒๘ / ๓๓

ปางภรรยาหม่าหลาง

馬郎婦觀音Mǎlángfù Guānyīnหม่าหลางฟู่กวนอินญี่ปุ่น: เมโรฟุ คันนง

แก่นของปางเริ่มต้นจากความรัก แต่ปลายทางคือการได้พบพระธรรม

ลักษณะเด่น

ปรากฏเป็นสตรีชาวจีนในอาภรณ์ยาว อาจถือม้วนคัมภีร์ ดอกบัว หรือตะกร้าปลา บางภาพยังมีมงกุฎและรัศมีแบบพระโพธิสัตว์ ส่วนคู่มือภาพญี่ปุ่นวาดเป็นสตรียืนประสานพระหัตถ์ ไม่มีตะกร้าปลา

สรุปสั้น ๆ

  • ชื่อปางมาจากตำนาน "ภรรยาของชายสกุลหม่า" สมัยราชวงศ์ถัง
  • หญิงงามตั้งเงื่อนไขให้ผู้สู่ขอท่องพระสูตรที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ จนเหลือหม่าหลางคนเดียว
  • นางสิ้นใจในวันแต่งงาน และภายหลังเผยว่าคือพระกวนอิมที่มาชักนำคนสู่ธรรม
  • เป็นพี่น้องกับปางที่ 10 (ถือตะกร้าปลา) เพราะมาจากตำนานชุดเดียวกัน
  • ข้อคิด: เริ่มทำความดีได้แม้แรงจูงใจยังไม่สมบูรณ์ แล้วให้การเรียนรู้เปลี่ยนแปลงเรา
  • คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』ระบุว่าปรากฏในรัชศกหยวนเหอ (ค.ศ. 806–820) โดยอ้างหนังสือ 觀音感應傳

ขอพรปางนี้อย่างไรรอตำหนักยืนยัน

ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดความรักและการงาน เพราะตำนานของปางเริ่มจากการสู่ขอแต่งงาน และชายหนุ่มได้พบสิ่งที่มีค่ากว่าผ่านความเพียรเรียนพระสูตร

เมื่อพนมมือต่อหน้าองค์ ให้บอกชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของตน แล้วกล่าวเรื่องที่ขอให้ชัด เช่น ขอให้พบคู่ครองที่จริงใจ และดูแลกันได้ในระยะยาว จากนั้นกล่าวว่า “ขอให้พบคู่ครองที่ดี และเข้าใจกันด้วยเมตตา” แล้วปิดด้วยพระนาม “นำโม กวนซีอิม ผู่สัก” สามจบ

“ขอให้พบคู่ครองที่ดี และเข้าใจกันด้วยเมตตา”

บทสวดและเพลงประจำปางรอตำหนักยืนยัน

บทที่สวดคู่ได้

觀世音菩薩普門品ผู่เหมินผิ่น

ปางนี้ไม่มีคัมภีร์ของตัวเอง ตำราภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』จับคู่ไว้กับรูปกายสตรี (婦女身) ในบทผู่เหมินผิ่น ถ้าจะสวดบทยาว สวดบทผู่เหมินผิ่นทั้งบทได้

อ่านบทผู่เหมินผิ่นและวิธีสวด

บทสรรเสริญภาษาไทย กาพย์ยานี ๑๑

หญิงงามตั้งเงื่อนไขผู้ใดท่องพระสูตรได้นางจะแต่งด้วยใจยากขึ้นจนเหลือคนเดียว

วันวิวาห์นางลาจากโลกาไปไม่เหลียวคนจึงรู้ทีเดียวว่าคือพระกวนอิมมา

เริ่มต้นจากความรักจักพบธรรมในเวลาขอพบคู่ชีวาเข้าใจกันด้วยเมตตา

นำโม กวนซีอิม ผู่สัก (สามจบ)

อุทิศ ขออุทิศกุศลแห่งการสวดนี้ แด่ผู้แสวงหาคู่ครอง และคู่ชีวิตทุกคู่ และสรรพสัตว์ทั้งปวง

ตำหนักเรียบเรียงจากความหมายของปาง ไม่ใช่พระสูตร ใช้สวดหน้าองค์หรือสวดในใจได้ ไม่มีจำนวนจบที่กำหนด

ที่มาของแต่ละบท
  • ตำนานภรรยาหม่าหลาง จาก 佛祖統紀 (T2035 เล่ม 41) และ 釋氏稽古略 (T2037 เล่ม 3)
  • เริ่มทำความดีได้แม้แรงจูงใจยังไม่สมบูรณ์ แล้วให้การเรียนรู้เปลี่ยนแปลงเรา ตามข้อคิดของปาง
เพลงบรรเลงวันวิวาห์1:35พิณดีดบนบันไดเสียงห้าเสียงโหมดอวี่ (羽) มีเสียงระฆังเปิดและปิด

เป็นเพลงสำหรับฟังขณะสงบใจหรือระหว่างกราบ

ความหมายและเรื่องเล่า

ส่วนนี้บอกไว้เสมอว่าเรื่องใดมาจากพระสูตรหรือเอกสารเก่า เรื่องใดเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา และส่วนใดเป็นข้อคิดสำหรับชีวิตวันนี้

ชื่อนี้หมายถึงอะไร

หม่าหลางฟู่กวนอิน (馬郎婦觀音) ภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า เมโรฟุ คันนง อักษร 馬郎婦 แปลตรงว่า “ภรรยาของชายสกุลหม่า” ไม่ใช่ชื่อตัวของหญิงคนหนึ่ง ชื่อนี้บอกบทบาทในเรื่องเล่า ไม่ได้แปลว่าพระอวโลกิเตศวรมีครอบครัวจริงในประวัติศาสตร์

ปางนี้ใกล้ชิดกับปางถือตะกร้าปลา (ปางที่ 10) เพราะมาจากตำนานกลุ่มเดียวกัน เอกสารไทยบางสายจึงถือว่าเป็นปางเดียวกัน แต่ชุดภาพของหลิงจิ้วซานและวัดเซโชจิ (清昌寺) แยกเป็นสองรายการ เพราะสิ่งที่นับคือแบบพระรูป

ปางนี้ไม่มีพระสูตรเฉพาะ เรื่องของนางอยู่ในหนังสือประวัติพระพุทธศาสนาจีนสองเล่มในพระไตรปิฎกฉบับไทโช คือ ฝอจู่ถ่งจี้ (佛祖統紀 ไทโช T2035) และ ซื่อซื่อจีกู่เลวี่ย (釋氏稽古略 ไทโช T2037)

คัมภีร์เล่าเรื่องภรรยาสกุลหม่าไว้อย่างไร

ฉบับที่ละเอียดกว่าอยู่ในคัมภีร์ ซื่อซื่อจีกู่เลวี่ย เล่ม 3 ซึ่งพระเจวี๋ยอั้น (覺岸) เรียบเรียงสมัยราชวงศ์หยวน หัวข้อเรื่องเขียนตรง ๆ ว่า “馬郎婦 觀世音也” คือ ภรรยาสกุลหม่า ก็คือพระอวโลกิเตศวรนั่นเอง คัมภีร์วางเหตุการณ์ไว้ในปีที่ 12 รัชศกหยวนเหอ (ค.ศ. 817) สมัยราชวงศ์ถัง และกล่าวว่าพระโพธิสัตว์ปรารถนาจะโปรดชาวส่านโย่ว (陝右) คือส่านซีฝั่งตะวันตก จึงปรากฏเป็นหญิงงาม

คัมภีร์เล่าว่าผู้คนเห็นรูปโฉมของนางก็อยากได้เป็นคู่ นางว่าจะรับผู้ที่ท่องบทผู่เหมินผิ่น (普門品) ได้ในคืนเดียว รุ่งเช้ามีผู้ท่องได้ยี่สิบคน นางจึงให้ท่องวัชรสูตร (金剛經) ยังเหลือสิบกว่าคน สุดท้ายให้เรียนสัทธรรมปุณฑรีกสูตร (妙法蓮華經) ทั้งเจ็ดม้วนในสามวัน เหลือบุตรสกุลหม่าเพียงคนเดียว

เมื่อสกุลหม่าจัดพิธีรับนางเข้าเรือน นางบอกว่าไม่สบายขอพักก่อน แล้ว “客未散而女死” แขกยังไม่ทันแยกย้าย นางก็สิ้นใจ ร่างเน่าเปื่อยเร็วจึงต้องฝังทันที หลายวันต่อมามีพระชราถือไม้เท้ามาถามถึงนาง เมื่อเขี่ยดูที่หลุมศพ ร่างสลายไปแล้ว เหลือแต่กระดูกสีทองเกี่ยวคล้องกัน

พระชราบอกคนทั้งหลายว่า นี่คือผู้ศักดิ์สิทธิ์ ที่สงสารพวกท่านซึ่งมีเครื่องกั้นหนา จึงใช้อุบายมาโปรด กล่าวจบก็เหาะไป คัมภีร์ปิดเรื่องว่า นับแต่นั้นชาวส่านโย่วนับถือพระพุทธศาสนากันมาก ท้ายเรื่องยังยกคาถาของพระช่านแห่งเฉวียนโจว (泉州粲和尚) วรรคหนึ่งว่า “賺殺郎君念法華” คือ หลอกให้ชายหนุ่มท่องสัทธรรมปุณฑรีกสูตร

ฉบับเก่ากว่าเล่าต่างกันตรงไหน

คัมภีร์ ฝอจู่ถ่งจี้ เล่ม 41 ซึ่งพระจื้อผาน (志磐) เรียบเรียงสมัยราชวงศ์ซ่ง เล่าเรื่องเดียวกันแบบย่อ ข้อความอยู่ต่อท้ายรายการปีที่ 4 รัชศกหยวนเหอของถังเสียนจง แต่ตัวเรื่องเองไม่ระบุปี คัมภีร์กล่าวว่าชาวถิ่นนั้นแต่เดิมชอบขี่ม้ายิงธนู ไม่เคยได้ยินแม้ชื่อพระรัตนตรัย

ลำดับพระสูตรในฉบับนี้คือบทผู่เหมินผิ่น ปรัชญาปารมิตาสูตร (般若經) แล้วจึงสัทธรรมปุณฑรีกสูตร ขั้นที่สองเหลือสิบคน ไม่ใช่สิบกว่าคน จุดต่างสำคัญอยู่ตอนท้าย พระชราในฉบับนี้สวมจีวรสีม่วง (紫衣老僧) และกล่าวว่า “此普賢聖者” คือ นี่คือผู้ศักดิ์สิทธิ์ผู่เสียน ซึ่งอ่านได้ว่าหมายถึงพระสมันตภัทร ไม่ใช่กวนอิม

ต่อมาซื่อซื่อจีกู่เลวี่ยจึงระบุว่าเป็นพระอวโลกิเตศวรอย่างชัดเจน หนังสือสรุปว่าตัวตนของผู้แปลงกายไม่ได้คงที่ตั้งแต่ต้น จำนวนคนและชื่อพระสูตรก็ต่างกันตามฉบับ จึงไม่ควรเล่าเหมือนบันทึกเหตุการณ์จริง

ส่วนรายละเอียดที่ตำนานเล่าต่อกันมาว่านางเป็น “หญิงขายปลา” ไม่ปรากฏในคัมภีร์ทั้งสองฉบับ การเติมตะกร้าปลาเข้าไปเป็นการผสานสายภาพกับตำนานในภายหลัง อาจตีความได้ว่า ความตายของนางในเรื่องเผยความไม่เที่ยง ไม่ได้ลงโทษความรัก หรือสอนว่าชีวิตสมรสต่ำต้อย

ภาพในชุด 33 ปาง และคู่มือภาพญี่ปุ่น

ภาพในชุด 33 ปางมักแสดงปางนี้เป็นสตรีชาวจีนในอาภรณ์ยาว อาจถือม้วนคัมภีร์ ดอกบัว หรือตะกร้าปลา บางภาพมีมงกุฎและรัศมี

คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』(พิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1690 ฉบับเพิ่มเติม ค.ศ. 1783) กำกับใต้ภาพปางนี้ว่า “婦女身 唐憲宗元和年中現 觀音感應傳ニ出” คือรูปกายสตรีในบทผู่เหมินผิ่น (ไทโช T0262 เล่ม 9 หน้า 57b13–14) ปรากฏในรัชศกหยวนเหอแห่งถังเสียนจง (ค.ศ. 806–820) และอ้างหนังสือ 觀音感應傳 เป็นแหล่ง ภาพในคู่มือเป็นสตรียืนประสานพระหัตถ์ ไม่มีตะกร้าปลา

บทผู่เหมินผิ่นฉบับแปลของพระกุมารชีวะกล่าวว่า ผู้ใดควรได้รับการโปรดด้วยกายสตรีของคหบดี คฤหัสถ์ ขุนนาง หรือพราหมณ์ พระอวโลกิเตศวรก็ “即現婦女身而為說法” คือปรากฏกายเป็นสตรีแล้วแสดงธรรม คู่มือภาพจึงจับคู่เรื่องภรรยาสกุลหม่ากับกายสตรีในพระสูตร ส่วนหนังสือ 觀音感應傳 ที่คู่มืออ้างไม่อยู่ในพระไตรปิฎก จึงตรวจสอบไม่ได้

การแยกจากปางถือตะกร้าปลาจึงดูว่าภาพเน้นอะไร ปางถือตะกร้าปลาเน้นตะกร้าในพระหัตถ์ ส่วนปางนี้เน้นบทบาทของหญิงในตำนาน เช่น หญิงผู้ถือคัมภีร์หรือเจ้าสาว แม้บางภาพมีดอกบัว ชื่อปางก็มาจากเรื่องเล่า ไม่ใช่จากดอกบัวอย่างปางถือดอกบัว

ความหมายในชีวิตวันนี้

ชายหนุ่มในเรื่องเริ่มท่องพระสูตรเพราะอยากได้ภรรยา แต่สุดท้ายกลับได้พบสิ่งที่มีค่ากว่า ตำนานนี้ให้กำลังใจว่า ไม่จำเป็นต้องมีแรงจูงใจที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้นจึงจะเริ่มทำสิ่งดีได้ ขอเพียงเปิดใจให้สิ่งที่เรียนรู้ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเรา

และยังเตือนว่า การท่องจำได้ไม่เท่ากับเข้าใจ ความรู้จะมีคุณค่าเมื่อนำมาใช้ในชีวิตจริง

ปางที่มักสับสนกัน

  • ๑๐ปางถือตะกร้าปลา魚籃觀音

    ปางถือตะกร้าปลาเน้นตะกร้าปลาในพระหัตถ์ ส่วนปางนี้เน้นบทบาทของหญิงในตำนาน

  • ๓๒ปางถือดอกบัว持蓮觀音

    ปางนี้อาจมีบัวเป็นส่วนประกอบ แต่ชื่อมาจากเรื่องเล่า ส่วนปางถือดอกบัวชื่อมาจากดอกบัวในพระหัตถ์

ถามสั้น ตอบสั้น

ปางภรรยาหม่าหลางมาจากตำนานอะไร
มาจากเรื่องหญิงงามที่ให้ผู้มาสู่ขอท่องพระสูตรที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ จนเหลือบุตรสกุลหม่าเพียงคนเดียว แต่นางสิ้นใจก่อนแขกในงานแต่งจะแยกย้าย แล้วพระชรารูปหนึ่งเผยว่านางคือผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่มาโปรดผู้คน คัมภีร์ซื่อซื่อจีกู่เลวี่ย (ไทโช T2037) สมัยหยวนระบุว่านางคือพระอวโลกิเตศวร และวางเหตุการณ์ในปีที่ 12 รัชศกหยวนเหอสมัยถัง ส่วนฝอจู่ถ่งจี้ (ไทโช T2035) สมัยซ่งซึ่งเก่ากว่าเรียกนางว่าผู้ศักดิ์สิทธิ์ผู่เสียน
กวนอิมปางภรรยาหม่าหลางขอพรเรื่องอะไร
ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดความรักและการงาน ข้อนี้เป็นธรรมเนียมของตำหนัก ไม่ใช่ข้อกำหนดในพระสูตร
ปางภรรยาหม่าหลางต่างจากปางถือตะกร้าปลาอย่างไร
ทั้งสองปางมาจากตำนานหญิงผู้ชักนำคนสู่พระธรรมกลุ่มเดียวกัน แต่ปางถือตะกร้าปลาเน้นตะกร้าปลาในพระหัตถ์ ส่วนปางภรรยาหม่าหลางเน้นบทบาทของหญิงในตำนาน เอกสารไทยบางสายถือว่าเป็นปางเดียวกัน แต่ชุดภาพของหลิงจิ้วซานและวัดเซโชจิในญี่ปุ่นแยกเป็นสองรายการ
ปางภรรยาหม่าหลางถือตะกร้าปลาหรือไม่
ในคัมภีร์ทั้งสองฉบับที่เล่าเรื่องนี้ไม่มีตะกร้าปลาและไม่ได้บอกว่านางขายปลา คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』ก็วาดปางนี้เป็นสตรียืนประสานพระหัตถ์ ไม่มีตะกร้า ภาพบางชุดที่ให้นางถือตะกร้าปลาเป็นการผสานกับตำนานของปางถือตะกร้าปลาในภายหลัง

ตำแหน่งในตำหนัก

จุดที่ ๒๘ ตามลำดับการเดินไหว้ — ดู ผังจุดไหว้ในตำหนัก

ชื่ออื่นที่พบ อวโลกิเตศวรภรรยาของหม่าหลาง · หม่าหลางฟู่กวนอิน

อ้างอิง
  1. 釋氏稽古略 卷3 ไทโช T2037 เล่ม 49 หน้า 833b2–18 เรื่อง 馬郎婦 (覺岸 สมัยหยวน)
  2. 佛祖統紀 卷41 ไทโช T2035 เล่ม 49 หน้า 380c17–26 (志磐 สมัยซ่ง)
  3. 増補諸宗仏像図彙 巻二 (土佐秀信 画, ค.ศ. 1690 เพิ่มเติม ค.ศ. 1783) สำเนาหอสมุดรัฐสภาญี่ปุ่น ndljp/pid/3442142 คำกำกับใต้ภาพ: 婦女身 唐憲宗元和年中現 觀音感應傳ニ出
  4. 妙法蓮華經 觀世音菩薩普門品 ไทโช T0262 เล่ม 9 หน้า 57b13–14
  5. CBETA Chinese Electronic Tripiṭaka Collection (ฉบับ XML P5)

เรียบเรียงจาก «ประวัติเจ้าแม่กวนอิม ๓๓ ปาง» ฉบับวิชาการ