
๐๗ / ๓๓
ปางประทับบนบัว
蓮臥觀音Liánwò Guānyīnเหลียนวั่วกวนอินญี่ปุ่น: เร็งกะ คันนง
แก่นของปางดอกบัวที่รองรับพระองค์ ชวนให้เราเป็นที่รองรับให้ผู้อื่นบ้าง
ลักษณะเด่น
พระกวนอิมประทับบนดอกบัวหรือใบบัวกลางสระน้ำ บางแบบเอนพระวรกายอย่างผ่อนคลาย ส่วนคู่มือภาพญี่ปุ่นวาดนั่งประนมพระหัตถ์
สรุปสั้น ๆ
- พระรูปประทับบนดอกบัวหรือใบบัว ดอกบัวเป็น "ฐานรองรับ" ไม่ใช่ของที่ถือ
- ความหมายของบัวอ้างอิงจากพระอมิตาภสูตร และพระสูตรว่าด้วยการพิจารณาพระอมิตายุส
- ในแดนสุขาวดี พระอวโลกิเตศวรประทับบนบัวเคียงข้างพระอมิตาภพุทธเจ้า
- บัวพ้นโคลนคือการเติบโตโดยไม่ดูหมิ่นรากเหง้าของตน
- ต่างจากปางที่ 32 (ถือดอกบัว) ที่ดอกบัวอยู่ในพระหัตถ์
- คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』วาดนั่งประนมพระหัตถ์บนใบบัว คำว่า 臥 เป็นชื่อ ไม่ใช่ท่าบังคับ
ขอพรปางนี้อย่างไรรอตำหนักยืนยัน
ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดขอบุตรและคลายทุกข์ เพราะดอกบัวที่รองรับพระรูปอย่างสงบ สื่อถึงที่รองรับอันมั่นคงของชีวิตครอบครัว และการได้พักใจจากความทุกข์
เมื่อพนมมือต่อหน้าพระรูป ให้บอกชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของตน แล้วกล่าวเรื่องที่ขอให้ชัด เช่น ขอให้เราและคู่ครองที่ตั้งใจมีบุตรได้สมความปรารถนา จากนั้นกล่าวคำอธิษฐานของปางนี้ว่า “ขอให้ชีวิตครอบครัวงอกงามบริสุทธิ์ดั่งดอกบัวเหนือน้ำ” แล้วปิดด้วยพระนาม “นำโม กวนซีอิม ผู่สัก” สามจบ
“ขอให้ชีวิตครอบครัวงอกงามบริสุทธิ์ดั่งดอกบัวเหนือน้ำ”
บทสวดและเพลงประจำปางรอตำหนักยืนยัน
บทที่สวดคู่ได้
觀世音菩薩普門品ผู่เหมินผิ่น
ปางนี้ไม่มีคัมภีร์ของตัวเอง ตำราภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』จับคู่ไว้กับรูปกายพระราชาน้อย (小王身) ในบทผู่เหมินผิ่น ถ้าจะสวดบทยาว สวดบทผู่เหมินผิ่นทั้งบทได้
บทสรรเสริญภาษาไทย กาพย์ยานี ๑๑
ดอกบัวรองรับองค์บานตรงกลางสระน้ำใสนิ่งสงบละไมชวนเราเป็นที่พึ่งพา
บัวพ้นจากโคลนตมไม่ข่มรากที่ผ่านมาค่อยงอกงามสู่ฟ้าบริสุทธิ์ทั้งกายใจ
ขอชีวิตครอบครัวทั่วทุกคนงามสดใสดั่งบัวพ้นน้ำไหลต่างรองรับกันและกัน
นำโม กวนซีอิม ผู่สัก (สามจบ)
อุทิศ ขออุทิศกุศลแห่งการสวดนี้ แด่ครอบครัวและผู้ที่เป็นที่พึ่งของผู้อื่น และสรรพสัตว์ทั้งปวง
ตำหนักเรียบเรียงจากความหมายของปาง ไม่ใช่พระสูตร ใช้สวดหน้าองค์หรือสวดในใจได้ ไม่มีจำนวนจบที่กำหนด
ที่มาของแต่ละบท
- ดอกบัวเป็นฐานรองรับ ชวนให้เราเป็นที่รองรับให้ผู้อื่น ตามคำอธิบายของปาง
- บัวพ้นโคลน คือการเติบโตโดยไม่ดูหมิ่นรากเหง้าของตน
เป็นเพลงสำหรับฟังขณะสงบใจหรือระหว่างกราบ
ความหมายและเรื่องเล่า
ส่วนนี้บอกไว้เสมอว่าเรื่องใดมาจากพระสูตรหรือเอกสารเก่า เรื่องใดเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา และส่วนใดเป็นข้อคิดสำหรับชีวิตวันนี้
ชื่อนี้หมายถึงอะไร
ชื่อจีนของปางนี้เขียนได้สองแบบ คือเหลียนวั่วกวนอิน (蓮臥觀音) และ 臥蓮觀音 ทั้งสองแบบมีคำว่าบัว และคำว่า 臥 ซึ่งเกี่ยวกับการเอนหรือนอนพัก ชื่อไทยจึงมีผู้แปลต่างกัน ทั้งปางนอนบนบัว ปางเอนบนบัว และปางประทับบนบัว
คำว่าประทับบนบัวเป็นชื่อกลาง ที่ไม่บังคับว่าพระรูปทุกองค์ต้องนอนราบเหมือนกัน เพราะชื่อเรียกอาจคงเดิม แม้ช่างต่างถิ่นจะเปลี่ยนท่าทางไป การเปิดพจนานุกรมแปลคำเดียว แล้วตัดสินว่าพระรูปที่นั่งอยู่สร้างผิด จึงไม่พอสำหรับการศึกษาศิลปะ
สิ่งที่ควรสังเกตคือบัวซึ่งรองรับพระวรกายอย่างเด่นชัด แต่ฐานบัวพบได้ในรูปศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก พระกวนอิมที่มีฐานบัวจึงไม่ได้เป็นปางนี้ทุกองค์ ต้องดูชื่อบนฐานหรือประวัติของชุดพระรูปประกอบด้วย
บัวในพระสูตรฝ่ายสุขาวดี
อมิตาภสูตร (佛說阿彌陀經 ไทโช T0366) ฉบับแปลของพระกุมารชีวะ บรรยายแดนสุขาวดีว่ามีสระรัตนะเจ็ดประการ และน้ำที่มีคุณสมบัติแปดประการ (八功德水) ในสระมีดอกบัว “ใหญ่เท่าล้อรถ” (大如車輪) บัวสีเขียวหรือน้ำเงินเปล่งแสงตามสีของตน บัวเหลือง แดง และขาวก็มีแสงของตน พร้อมกลิ่นหอมและความบริสุทธิ์
พระสูตรเดียวกันกล่าวว่า เสียงนกและเสียงลมที่ผ่านต้นไม้รัตนะ ทำให้ผู้อยู่ในแดนนั้นระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ บัวในพระสูตรจึงไม่ใช่ของประดับเฉย ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนที่ช่วยให้ใจน้อมไปสู่ธรรม ส่วนดอกบัวใหญ่เท่าล้อรถเป็นภาพพรรณนาทางศาสนา ไม่ใช่ข้อมูลขนาดของพืชจริง
พระสูตรการพิจารณาพระอมิตายุส (觀無量壽佛經 ไทโช T0365) มีตอนที่เรียกว่าการพิจารณาที่นั่งบัว (花座想) พระสูตรให้ผู้ปฏิบัติพิจารณาฐานบัวทีละส่วน ทั้งกลีบ เส้นบนกลีบ แสง และมณีประดับ แล้วจึงนึกเห็นรูปพระพุทธเจ้าประทับเหนือฐานนั้น พระพุทธเจ้าองค์นี้คือพระอมิตาภ ซึ่งพระสูตรเรียกว่าพระอมิตายุส (無量壽佛) ต่อมาพระสูตรให้นึกถึงบัวใหญ่อีกสองฐาน บัวด้านซ้ายของพระพุทธเจ้าเป็นที่ประทับของพระกวนอิม บัวด้านขวาเป็นที่ประทับของพระมหาสถามปราปต์
ภาพบัวสามฐานนี้แสดงความสัมพันธ์ของพระกวนอิมกับพระพุทธเจ้าในสุขาวดีอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองพระสูตรไม่ได้เอ่ยชื่อปางนี้ การยกพระสูตรมาเล่าจึงเป็นการอธิบายความหมายของบัว ไม่ใช่การยืนยันว่าปางนี้เกิดจากข้อความในพระสูตรโดยตรง
บัวพ้นโคลนมาจากไหน
คำว่าบัวเกิดจากโคลนแต่ไม่แปดเปื้อน เป็นที่คุ้นเคยมากในโลกภาษาจีน แหล่งสำคัญคือบทความอ้ายเหลียนซัว (愛蓮說) ของโจวตุนอี (周敦頤) สมัยซ่งเหนือ ผู้เขียนกล่าวถึงความรักบัวที่พ้นโคลนโดยไม่เปื้อน ผ่านน้ำใสโดยไม่เย้ายวน และมีความงามที่ควรชมอย่างเคารพ
งานชิ้นนี้เปรียบเบญจมาศกับผู้เร้นกาย โบตั๋นกับความมั่งคั่ง และบัวกับวิญญูชน วิญญูชนหมายถึงผู้มีคุณธรรมและความรู้ งานนี้จึงเป็นวรรณกรรมที่ใช้พืชอธิบายคุณธรรมของคน ไม่ใช่พระสูตรที่พระกวนอิมทรงแสดง และไม่ใช่เอกสารที่กำหนดชื่อปางนี้
เราจึงอธิบายบัวในสุขาวดีจากพระสูตร และบัวในฐานะวิญญูชนจากงานของโจวตุนอีได้ทั้งสองอย่าง เพียงแต่ต้องบอกที่มาให้ชัด ไม่เรียกรวมกันว่าเป็นคำสอนเดียวกัน
เรื่องที่มักเข้าใจผิด
ปางนี้มักถูกสับสนกับปางถือดอกบัว วิธีแยกขั้นต้นคือดูว่าบัวอยู่ตรงไหน ถ้าบัวอยู่ใต้พระวรกาย บัวคือที่ประทับหรือฐาน ถ้าบัวอยู่ในพระหัตถ์ บัวคือสิ่งที่ทรงถือ แต่ช่างอาจสร้างพระรูปประทับบนฐานบัวพร้อมถือบัวอีกดอกก็ได้ กรณีนี้ต้องดูว่าชื่อเดิมเน้นสิ่งใด
ปางใบบัวหนึ่งใบก็ไม่ควรถูกรวมกับปางนี้เพียงเพราะมีบัว ปางนั้นเน้นใบบัวใบเดียวที่ลอยข้ามคลื่น ส่วนปางนี้เน้นบัวที่รองรับพระวรกายอย่างสงบ หากไม่มีป้ายชื่อ ควรบอกตรง ๆ ว่ายังไม่แน่ใจ ดีกว่าเลือกคำตอบจากความคล้ายเพียงส่วนเดียว
พระรูปที่เอนอย่างผ่อนคลายไม่ได้แปลว่ากำลังหลับ ต้องดูพระเนตร พระพักตร์ และท่าพระหัตถ์ประกอบ บางองค์ทอดพระเนตรต่ำเพื่อแสดงความสงบ ซึ่งไม่เท่ากับการนอนหลับ ส่วนความหมายเฉพาะของท่าเอนในทางคัมภีร์ ยังต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม
เรื่องกำเนิดก็เช่นกัน ตำนานเจ้าหญิงเมี่ยวซ่าน การข้ามทะเล หรือการเกิดในสุขาวดี ไม่ได้เป็นประวัติกำเนิดของทุกปางที่มีดอกบัว หลักฐานที่ตรวจได้ให้ความมั่นใจเรื่องความหมายของบัวในพระสูตรและวรรณกรรม มากกว่าการบอกว่าใครคิดสร้างปางนี้เป็นคนแรก
คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』(พิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1690 ฉบับเพิ่มเติม ค.ศ. 1783) วาดปางนี้ นั่ง ประนมพระหัตถ์บนใบบัวกลางน้ำ มองจากด้านข้าง ไม่ได้เอนกาย คำว่า 臥 จึงเป็นชื่อมากกว่าท่าที่ต้องทำตาม คำกำกับใต้ภาพคือ “正應身” ซึ่งไม่ใช่ชื่อกายใดในบทผู่เหมินผิ่น ตารางของผู้รวบรวมภายหลังตีความว่าตรงกับกายกษัตริย์น้อย (小王身 ไทโช T0262 เล่ม 9 หน้า 57b05) แต่นั่นเป็นการตีความ ไม่ใช่ข้อความในคู่มือ
ความหมายในชีวิตวันนี้
“พ้นโคลนแต่ไม่แปดเปื้อน” ไม่ได้แปลว่าต้องรังเกียจรากเหง้าหรือคนที่ลำบากกว่า และการพักผ่อนอย่างมีสติก็ไม่ใช่ความขี้เกียจ บางครั้งเราต้องหยุดพัก เพื่อกลับไปดูแลผู้อื่นได้ดีขึ้น
ลองถามตัวเองว่า วันนี้เราเป็น “ฐานบัว” ที่รองรับใครได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่อบอุ่น อาหารที่เพียงพอ หรือหูที่พร้อมรับฟัง
ปางที่มักสับสนกัน
- ๓๒ปางถือดอกบัว持蓮觀音
ปางนี้มีบัวเป็นฐานรองรับพระวรกาย ส่วนปางถือดอกบัวมีบัวอยู่ในพระหัตถ์
- ๑๓ปางใบบัวหนึ่งใบ一葉觀音
ปางใบบัวหนึ่งใบเน้นใบบัวใบเดียวที่ลอยข้ามคลื่น ส่วนปางนี้เน้นบัวที่รองรับพระวรกายอย่างสงบ ซึ่งอาจเป็นดอกบัวหรือใบบัวก็ได้
ถามสั้น ตอบสั้น
- กวนอิมปางประทับบนบัวมีลักษณะอย่างไร
- ปางประทับบนบัว (蓮臥觀音 หรือ 臥蓮觀音) คือพระกวนอิมที่ประทับหรือเอนพระวรกายอย่างผ่อนคลายบนดอกบัว ชื่อจีนมีคำว่า 臥 ที่เกี่ยวกับการเอนหรือนอนพัก แต่พระรูปจริงไม่ได้นอนราบทุกองค์ จุดสำคัญคือบัวทำหน้าที่เป็นฐานรองรับพระวรกาย
- กวนอิมปางประทับบนบัวขอพรเรื่องอะไร
- ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดขอบุตรและคลายทุกข์ การจัดหมวดนี้เป็นธรรมเนียมของตำหนัก ไม่ใช่ข้อกำหนดในพระสูตร พระสูตรฝ่ายสุขาวดีที่บรรยายดอกบัวก็ไม่ได้เอ่ยชื่อปางนี้
- ปางประทับบนบัวต่างจากปางถือดอกบัวอย่างไร
- ให้ดูว่าบัวอยู่ตรงไหน ปางประทับบนบัวมีบัวเป็นฐานรองรับพระวรกาย ส่วนปางถือดอกบัวมีบัวอยู่ในพระหัตถ์ ถ้าพระรูปประทับบนฐานบัวพร้อมถือบัวด้วย ควรดูป้ายชื่อหรือจารึกบนฐานประกอบ
ตำแหน่งในตำหนัก
จุดที่ ๗ ตามลำดับการเดินไหว้ — ดู ผังจุดไหว้ในตำหนัก