
๑๕ / ๓๓
ปางเดชานุภาพแห่งคุณธรรม
威德觀音Wēidé Guānyīnเวยเต๋อกวนอินญี่ปุ่น: อิโตกุ คันนง
แก่นของปางเข้มแข็งพอจะหยุดสิ่งผิด และอ่อนโยนพอจะโอบรับคนที่พร้อมเปลี่ยนแปลง
ลักษณะเด่น
ประทับบนขอบศิลา พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัว พระหัตถ์ขวาแตะพื้น ทอดพระเนตรไปยังผืนน้ำ
สรุปสั้น ๆ
- 威 = ความน่าเกรงขาม 德 = คุณธรรม สองสิ่งนี้อยู่คู่กัน ไม่ใช่ตรงข้ามกัน
- จับคู่กับรูปกายมหาแม่ทัพแห่งสวรรค์ในบทผู่เหมินผิ่น
- ถือดอกบัวแทนอาวุธ สื่อว่าพลังที่แท้ไม่ต้องอาศัยความรุนแรง
- ความกรุณามีขอบเขต และบางครั้งต้องกล้าปฏิเสธ
- ต่างจากปางที่ 11 (ราชาแห่งคุณธรรม) ที่เน้นความยิ่งใหญ่ของความดีแบบผู้นำ
ขอพรปางนี้อย่างไรรอตำหนักยืนยัน
ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดคุ้มครองและการงาน เพราะพระนามหมายถึงเดชานุภาพที่มีคุณธรรมกำกับ และจับคู่กับกายมหาแม่ทัพสวรรค์ผู้ปกป้องและหยุดยั้งภัย
เมื่อพนมมือต่อหน้าพระรูป ให้บอกชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของตน แล้วกล่าวเรื่องที่ขอให้ชัด เช่น ขอให้มีความหนักแน่นและความกล้าในการทำงานที่ต้องดูแลผู้อื่นอย่างเป็นธรรม จากนั้นกล่าวคำอธิษฐานของปางนี้ว่า “ขอให้มีอำนาจบารมีคุ้มครอง ศัตรูหมู่มารมิอาจกล้ำกราย” แล้วปิดด้วยพระนาม “นำโม กวนซีอิม ผู่สัก” สามจบ
“ขอให้มีอำนาจบารมีคุ้มครอง ศัตรูหมู่มารมิอาจกล้ำกราย”
บทสวดและเพลงประจำปางรอตำหนักยืนยัน
บทที่สวดคู่ได้
觀世音菩薩普門品ผู่เหมินผิ่น
ปางนี้ไม่มีคัมภีร์ของตัวเอง ตำราภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』จับคู่ไว้กับรูปกายมหาแม่ทัพแห่งสวรรค์ (天大將軍身) ในบทผู่เหมินผิ่น ถ้าจะสวดบทยาว สวดบทผู่เหมินผิ่นทั้งบทได้
บทสรรเสริญภาษาไทย กาพย์ยานี ๑๑
ดอกบัวแทนศาสตราพลังมาจากใจงามเข้มแข็งพอจะห้ามสิ่งผิดอย่างไม่ทำร้าย
อ่อนโยนพอจะรับผู้กลับตัวพร้อมเปลี่ยนใจเมตตามีขอบไว้ต้องกล้าปฏิเสธบ้าง
ขอพลังคุ้มครองป้องกันภัยร้ายทุกทางให้ความดีกระจ่างด้วยใจที่เปี่ยมเมตตา
นำโม กวนซีอิม ผู่สัก (สามจบ)
อุทิศ ขออุทิศกุศลแห่งการสวดนี้ แด่ผู้ที่ปกป้องผู้อื่น และสรรพสัตว์ทั้งปวง
ตำหนักเรียบเรียงจากความหมายของปาง ไม่ใช่พระสูตร ใช้สวดหน้าองค์หรือสวดในใจได้ ไม่มีจำนวนจบที่กำหนด
ที่มาของแต่ละบท
- ถือดอกบัวแทนอาวุธ สื่อว่าพลังที่แท้ไม่ต้องอาศัยความรุนแรง
- ความกรุณามีขอบเขต และบางครั้งต้องกล้าปฏิเสธ ตามข้อคิดของปาง
เป็นเพลงสำหรับฟังขณะสงบใจหรือระหว่างกราบ
ความหมายและเรื่องเล่า
ส่วนนี้บอกไว้เสมอว่าเรื่องใดมาจากพระสูตรหรือเอกสารเก่า เรื่องใดเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา และส่วนใดเป็นข้อคิดสำหรับชีวิตวันนี้
ชื่อนี้หมายความว่าอะไร
พระนามจีนอ่านว่า เวยเต๋อกวนอิน (威德觀音) ภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า อิโตกุ คันนง คำว่า 威 หมายถึงอำนาจ ความน่าเกรงขาม หรือพลังที่ทำให้ผู้เผชิญต้องหยุดชะงัก ส่วน 德 หมายถึงคุณธรรม คือคุณความดีที่ทำให้ผู้อื่นเคารพและอยากเข้าใกล้
พจนานุกรมพุทธศาสนาอธิบายศัพท์ 威德 ว่า สิ่งที่น่าเกรงคือ 威 สิ่งที่น่ารักน่าเคารพคือ 德 และยกคำอธิบายจากอรรถกถาของสัทธรรมปุณฑรีกสูตร (妙法蓮華經 ไทโช T0262) ว่า การข่มปราบคือ 威 การรับไว้คือ 德 การข่มปราบหมายถึงการหยุดสิ่งที่ควรถูกหยุด ส่วนการรับไว้หมายถึงการโอบรับและนำเข้าสู่ทางดี อรรถกถาคือคำอธิบายที่แต่งขึ้นภายหลัง วลีนี้จึงไม่มีในตัวพระสูตรเอง คำอธิบายนี้เป็นเรื่องความหมายของศัพท์ ไม่ใช่เรื่องกำเนิดของปาง
พระนามจึงไม่ใช่ “กวนอิมผู้ดุร้าย” และไม่ใช่ “กวนอิมผู้ใจดี” เพียงด้านเดียว แต่เป็นความเข้มแข็งที่มีคุณธรรมกำกับ คำแปลไทย “เดชานุภาพแห่งคุณธรรม” รักษาสองด้านนี้ไว้ได้ดีกว่าคำว่า “ทรงเดช” ซึ่งอาจทำให้นึกถึงชัยชนะอย่างเดียว
ที่มาในบทผู่เหมินผิ่น
ประเพณีชุดสามสิบสามปางจับคู่ปางนี้กับ “กายมหาแม่ทัพสวรรค์” (天大將軍身) ในบทผู่เหมินผิ่น (普門品) พจนานุกรมพุทธศาสนาของติงฝูเป่า (丁福保) อธิบายว่า เพราะกายแม่ทัพมีเดชและคุณอันกว้างใหญ่ จึงเรียกปางนี้ว่า 威德
สัทธรรมปุณฑรีกสูตร ฉบับแปลของพระกุมารชีวะกล่าวว่า “應以天大將軍身得度者,即現天大將軍身而為說法” แปลว่า หากผู้ใดควรได้รับการโปรดด้วยกายมหาแม่ทัพสวรรค์ พระกวนอิมก็ปรากฏเป็นกายนั้นเพื่อแสดงธรรม คำสำคัญคือ “เพื่อแสดงธรรม” ไม่ใช่เพื่อทำสงครามหรือยึดครอง อาจตีความได้ว่า ผู้ที่คุ้นกับภาษาของระเบียบ วินัย และการคุ้มครอง อาจเข้าถึงธรรมผ่านรูปแม่ทัพได้
กายนี้ถูกเอ่ยถึงเพียงประโยคเดียว พระสูตรไม่ได้ตั้งชื่อแม่ทัพ ไม่เล่าเรื่องสงคราม และไม่กล่าวถึงอาวุธประจำกาย รายละเอียดเหล่านี้ถูกเติมในงานศิลปะหรือคำอธิบายภายหลัง ปางนี้ไม่มีตำนานกำเนิดที่ยอมรับกันทั่วไปซึ่งเล่าถึงชัยชนะในสงครามครั้งใด การเรียกปางนี้ว่าเป็นแม่ทัพคนใดคนหนึ่งจึงต้องมีหลักฐานเฉพาะ
หอสมุดรัฐสภาญี่ปุ่นอธิบายว่า ชุดสามสิบสามปางได้แรงบันดาลใจจากสามสิบสามกายในบทผู่เหมินผิ่น แต่ชื่อภาพจำนวนมากไม่ได้มาจากคัมภีร์โดยตรง ชื่อเหล่านี้พัฒนาจากตำราและธรรมเนียมจีนกับญี่ปุ่นภายหลัง การจับคู่กับกายแม่ทัพจึงเป็นการจัดหมวดของผู้รวบรวมชุด ไม่ได้หมายความว่าพระสูตรเป็นคู่มือสร้างพระรูปองค์นี้
พระรูปถือดอกบัว ไม่ถืออาวุธ
พจนานุกรมของติงฝูเป่าบรรยายไว้สั้น ๆ ว่า พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัว และประทับบนศิลา แหล่งอธิบายชุดภาพร่วมสมัยเพิ่มว่า พระหัตถ์ขวาแตะพื้น ประทับที่ขอบศิลา และทอดพระเนตรไปยังผืนน้ำ ท่านั่งอาจวางพระชานุออกด้านข้าง คล้ายผู้พร้อมจะลุกขึ้น
ชื่อปางฟังทรงอำนาจ แต่พระรูปกลับสงบ ไม่มีดาบ ไม่มีเกราะ และพระพักตร์ไม่แสดงความโกรธ อาจตีความได้ว่า การคุ้มครองไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงแบบเดียวกับสิ่งที่กำลังหยุด ความน่าเกรงขามอยู่ในท่าที่มั่นคง ไม่ได้อยู่ที่อาวุธ
ดอกบัวเกิดจากโคลน แต่ดอกบานเหนือน้ำ จึงอาจตีความได้ว่าพลังที่ดีไม่ถูกความวุ่นวายรอบตัวครอบงำ พระหัตถ์ที่แตะศิลาทำให้พระวรกายดูมั่นคง สงบพอจะพิจารณาเหตุ และพร้อมช่วยเมื่อมีผู้ต้องการ น้ำตรงหน้าอาจชวนให้นึกถึงกวนอิมผู้ช่วยภัยทางน้ำ แต่ไม่ควรแต่งเรื่องว่าปางนี้เคยหยุดพายุครั้งใด
สิ่งที่มักเข้าใจผิด
คำว่า “แม่ทัพ” ทำให้บางคนคิดว่าปางนี้คือท้าวจตุโลกบาลหรือเว่ยถัว (韋馱) ผู้คุ้มครองเหล่านั้นมีชื่อ ตำนาน และเครื่องหมายของตนเอง เช่น เกราะและอาวุธ การทำหน้าที่คุ้มครองเหมือนกันไม่ได้ทำให้เป็นองค์เดียวกัน การเติมดาบหรือเกราะเพื่อให้ “ดูมีเดช” จะลบเอกลักษณ์ของดอกบัวไป
ปางนี้ยังอาจถูกสับสนกับปางราชาแห่งคุณธรรม หรือเต๋อหวางกวนอิน (德王觀音) เพราะมีคำว่า 德 เหมือนกัน และทั้งสองประทับบนศิลาในท่าสงบ แต่ 德王 หมายถึงผู้เป็นใหญ่แห่งคุณธรรม เทียบกับกายพรหม และถือกิ่งหลิว ส่วนปางนี้เน้นพลังน่าเกรงที่อยู่คู่คุณธรรม เทียบกับกายแม่ทัพสวรรค์ และถือดอกบัว
ในชุดพระรูปสีขาว ปางนี้อาจดูคล้ายปางรัตนะนานาประการ (眾寶觀音) เพราะใช้ท่านั่งผ่อนคลายร่วมกัน ปางรัตนะนานาประการวางพระหัตถ์ซ้ายบนพระชานุโดยไม่ถือสิ่งใด การแยกปางควรดูเครื่องถือในพระหัตถ์และ จารึกชื่อที่ฐาน ประกอบกัน ไม่ใช่ตัดสินจากความรู้สึกว่าองค์ใดดูเข้มแข็งกว่า
คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』(พิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1690 ฉบับเพิ่มเติม ค.ศ. 1783) กำกับใต้ภาพปางนี้ว่า “天大將軍身” คือรูปกายมหาแม่ทัพสวรรค์ที่พระอวโลกิเตศวรทรงแสดงในบทผู่เหมินผิ่น (ไทโช T0262 เล่ม 9 หน้า 57b02–03) ภาพในคู่มือนั่งบนศิลา พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัว การจับคู่นี้เป็นการจัดชุดของคู่มือ ไม่ใช่ข้อความในพระสูตร
ความหมายในชีวิตวันนี้
คนมักคิดว่าคนใจดีต้องตอบ “ได้” กับทุกคำขอ ปางนี้ชวนให้เห็นว่าบางครั้ง ความกรุณาคือการกล้าพูดว่า “ไม่” เพื่อหยุดสิ่งที่กำลังทำร้ายผู้อื่น เมื่อเกิดความขัดแย้ง ให้เริ่มจากหยุดอันตรายเฉพาะหน้า ปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า แล้วจึงรับฟัง และเปิดทางให้ทุกฝ่ายได้แก้ไข
ปางที่มักสับสนกัน
- ๑๗ปางรัตนะนานาประการ眾寶觀音
ทั้งสองปางใช้ท่านั่งผ่อนคลายคล้ายกัน ปางนี้พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัว ส่วนปางรัตนะนานาประการพระหัตถ์ซ้ายตั้งวางบนพระชานุโดยไม่ถือสิ่งใด ควรดูท่าพระหัตถ์และจารึกชื่อที่ฐานประกอบ
- ๑๑ปางราชาแห่งคุณธรรม德王觀音
ทั้งสองปางประทับบนศิลาในท่าสงบ ปางราชาแห่งคุณธรรมถือกิ่งหลิว ส่วนปางนี้ถือดอกบัว ควรดูเครื่องถือและอักษรบนฐานประกอบ
- ๑๔ปางพระศอสีน้ำเงิน青頸觀音
ทั้งสองปางประทับบนศิลา ปางพระศอสีน้ำเงินแบบชุด 33 ปางมีแจกันปักกิ่งหลิววางข้างกาย ส่วนปางนี้ถือดอกบัวในพระหัตถ์ซ้าย ควรดูเครื่องถือและอักษรบนฐานประกอบ
- ๑๙ปางสงบระงับ能靜觀音
ปางสงบระงับประทับศิลาริมน้ำเช่นกันแต่ไม่มีเครื่องถือประจำ ส่วนปางนี้ถือดอกบัว ควรดูจารึกบนฐานประกอบ
ถามสั้น ตอบสั้น
- กวนอิมปางเดชานุภาพแห่งคุณธรรมถืออะไร
- พจนานุกรมพุทธศาสนาของติงฝูเป่าบรรยายว่าพระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัวและประทับบนศิลา แหล่งอธิบายชุดภาพร่วมสมัยเพิ่มว่าพระหัตถ์ขวาแตะพื้นและทอดพระเนตรไปยังผืนน้ำ พระรูปไม่ถืออาวุธ แม้พระนามจะเชื่อมกับกายมหาแม่ทัพสวรรค์
- กวนอิมปางเดชานุภาพแห่งคุณธรรมขอพรเรื่องอะไร
- ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดคุ้มครองและการงาน ซึ่งเป็นธรรมเนียมของตำหนัก ไม่ใช่ข้อกำหนดในพระสูตร บทผู่เหมินผิ่น (ไทโช T0262) กล่าวเพียงว่าพระกวนอิมปรากฏเป็นกายมหาแม่ทัพสวรรค์เพื่อแสดงธรรมแก่ผู้ที่ควรได้รับการโปรดด้วยกายนั้น
- ปางเดชานุภาพแห่งคุณธรรมต่างจากปางราชาแห่งคุณธรรมอย่างไร
- ทั้งสองปางมีคำว่า 德 ที่แปลว่าคุณธรรม และประทับบนศิลาในท่าสงบ ปางราชาแห่งคุณธรรมหมายถึงผู้เป็นใหญ่แห่งคุณธรรม เทียบกับกายพรหม และถือกิ่งหลิว ส่วนปางเดชานุภาพแห่งคุณธรรมเน้นพลังน่าเกรงที่อยู่คู่คุณธรรม เทียบกับกายมหาแม่ทัพสวรรค์ และถือดอกบัว
ตำแหน่งในตำหนัก
จุดที่ ๑๕ ตามลำดับการเดินไหว้ — ดู ผังจุดไหว้ในตำหนัก