องค์ปางหอยกาบ 蛤蜊觀音 ในตำหนักผู่โถวเจ้าแม่กวนอิม

๒๕ / ๓๓

ปางหอยกาบ

蛤蜊觀音Gélí Guānyīnเก๋อหลีกวนอินญี่ปุ่น: ฮามากุริ คันนง

แก่นของปางธรรมะไม่ได้อยู่ไกล บางครั้งซ่อนอยู่ในจานอาหารตรงหน้า

ลักษณะเด่น

พระกวนอิมประทับอยู่ภายในเปลือกหอยสองฝาที่เปิดออก คล้ายซุ้มที่ล้อมรอบพระองค์

สรุปสั้น ๆ

  • ตำนานจากประวัติพุทธศาสนาจีน ฉบับเก่าสุดคือ 景德傳燈錄 (ไทโช T2076) จักรพรรดิถังเหวินจงพบรูปพระโพธิสัตว์ในหอยกาบ
  • พระอาจารย์เหวยเจิ้ง (惟政) อธิบายด้วยหลัก "ควรโปรดด้วยกายใด ก็แสดงกายนั้น" จากบทผู่เหมินผิ่น
  • "เห็นแล้วเกิดศรัทธา ก็คือได้ฟังธรรมแล้ว" ธรรมะสื่อสารได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด
  • ทั้งสี่ฉบับในพระไตรปิฎกจบที่การตั้งรูปพระกวนอิมทั่วแผ่นดิน เรื่องยกเลิกบรรณาการหอยเป็นการเล่าเพิ่มภายหลัง
  • ข้อคิด: ผู้มีอำนาจควรตระหนักถึงผลกระทบของความต้องการตน

ขอพรปางนี้อย่างไรรอตำหนักยืนยัน

ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดขอบุตรและค้าขาย เรื่องของปางเกิดจากหอยกาบในเครื่องเสวย ซึ่งผูกอยู่กับอาหารและการทำมาหากินของผู้คนริมทะเล ส่วนหมวดขอบุตรนั้นหนังสือไม่ได้อธิบายที่มา

เมื่อพนมมือต่อหน้าพระรูป ให้บอกชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของตน แล้วกล่าวเรื่องที่ขอให้ชัด เช่น ขอให้ร้านอาหารเล็ก ๆ ของครอบครัวค้าขายได้สม่ำเสมอ พอเลี้ยงคนในบ้าน จากนั้นกล่าวคำอธิษฐานของปางนี้ว่า “ขอให้สมหวังในบุตรธิดา และมีอาหารบริบูรณ์ไม่ขาดแคลน” แล้วปิดด้วยพระนาม “นำโม กวนซีอิม ผู่สัก” สามจบ

“ขอให้สมหวังในบุตรธิดา และมีอาหารบริบูรณ์ไม่ขาดแคลน”

บทสวดและเพลงประจำปางรอตำหนักยืนยัน

บทที่สวดคู่ได้

觀世音菩薩普門品ผู่เหมินผิ่น

ปางนี้ไม่มีคัมภีร์ของตัวเอง ตำราภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』จับคู่ไว้กับหลัก 應以…身得度者 即現…身而為說法 (ควรโปรดด้วยกายใด ก็แสดงกายนั้น) ในบทผู่เหมินผิ่น ถ้าจะสวดบทยาว สวดบทผู่เหมินผิ่นทั้งบทได้

อ่านบทผู่เหมินผิ่นและวิธีสวด

บทสรรเสริญภาษาไทย กาพย์ยานี ๑๑

หอยในจานเสวยเปิดเผยพระรูปข้างในธรรมะไม่อยู่ไกลซ่อนในสิ่งเล็กใกล้ตัว

ควรโปรดด้วยกายใดใช้กายนั้นโปรดให้ทั่วเห็นแล้วใจไม่มัวศรัทธาคือได้ฟังธรรม

ผู้มีอำนาจนั้นหมั่นคิดถึงผลที่ทำต่อคนอื่นทุกยามขอครัวเรือนอิ่มสมบูรณ์

นำโม กวนซีอิม ผู่สัก (สามจบ)

อุทิศ ขออุทิศกุศลแห่งการสวดนี้ แด่ทุกครัวเรือน และสรรพสัตว์ทั้งปวง

ตำหนักเรียบเรียงจากความหมายของปาง ไม่ใช่พระสูตร ใช้สวดหน้าองค์หรือสวดในใจได้ ไม่มีจำนวนจบที่กำหนด

ที่มาของแต่ละบท
  • จักรพรรดิถังเหวินจงพบรูปพระโพธิสัตว์ในหอยกาบ จาก 景德傳燈錄 (T2076 เล่ม 4)
  • เห็นแล้วเกิดศรัทธา ก็คือได้ฟังธรรมแล้ว ตามคำอธิบายของพระอาจารย์เหวยเจิ้ง
  • ผู้มีอำนาจควรตระหนักถึงผลกระทบของความต้องการตน ตามข้อคิดของปาง
เพลงบรรเลงหอยกาบ1:29พิณดีดบนบันไดเสียงห้าเสียงโหมดกง (宮) มีเสียงระฆังเปิดและปิด เสียงคลื่นเบา ๆ

เป็นเพลงสำหรับฟังขณะสงบใจหรือระหว่างกราบ

ความหมายและเรื่องเล่า

ส่วนนี้บอกไว้เสมอว่าเรื่องใดมาจากพระสูตรหรือเอกสารเก่า เรื่องใดเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา และส่วนใดเป็นข้อคิดสำหรับชีวิตวันนี้

ชื่อนี้มาจากไหน

คำว่า เก๋อหลี (蛤蜊) แปลว่าหอยกาบหรือหอยสองฝา ปางนี้จึงเรียกว่าปางหอยกาบ หรือเก๋อหลีกวนอิน ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ฮามากุริ คันนง

ชื่อนี้มาจากเรื่องในราชสำนักราชวงศ์ถัง ซึ่งคัมภีร์ประวัติพุทธศาสนาจีนในพระไตรปิฎกบันทึกไว้สี่เล่ม แต่ทั้งสี่เล่มยังไม่ใช้ชื่อ 蛤蜊觀音 คัมภีร์เรียกสิ่งที่ปรากฏเพียงว่า “รูปพระโพธิสัตว์” (菩薩形) หรือ “รูปมหาสัตว์” (大士形) ชื่อปางหอยกาบจึงเป็นชื่อในชุด 33 ปางที่เกิดภายหลัง

ภาพในชุด 33 ปางแสดงพระกวนอิมประทับภายในเปลือกหอยสองฝาที่เปิดออก เปลือกโอบรอบพระองค์คล้ายซุ้ม งานสลักบางชิ้นมีฐานบัวโค้งคล้ายเปลือกหอย การระบุว่าเป็นปางนี้จึงต้องดูสันบนฝาหอยและบริบทของชิ้นงาน ไม่ตัดสินเพียงเพราะฐานโค้ง

เรื่องที่คัมภีร์บันทึกไว้

ฉบับที่เก่าที่สุดคือ จิ่งเต๋อฉวนเติงลู่ (景德傳燈錄 ไทโช T2076) หนังสือประวัติพระอาจารย์สายเซน รวบรวมราว ค.ศ. 1004 สมัยราชวงศ์ซ่ง เรื่องนี้อยู่ในประวัติของพระอาจารย์เหวยเจิ้ง (惟政) แห่งเขาจงหนาน (終南山)

คัมภีร์เล่าว่า จักรพรรดิถังเหวินจง (唐文宗) โปรดเสวยหอยกาบ ขุนนางตามชายฝั่งต้องส่งหอยเข้าวังล่วงหน้า คัมภีร์บันทึกสั้น ๆ ว่า “人亦勞止” แปลว่า ราษฎรก็เหนื่อยยาก

คัมภีร์เล่าต่อว่า วันหนึ่งในเครื่องเสวยมีหอยตัวหนึ่งแกะไม่ออก จักรพรรดิเห็นว่าแปลก จึงจุดธูปอธิษฐาน ไม่นานหอยก็กลายเป็นรูปพระโพธิสัตว์ มีพระลักษณะครบถ้วนงดงาม

จักรพรรดิให้เก็บรูปนั้นในหีบไม้จันทน์หอม คลุมด้วยผ้าแพรอย่างดี แล้วพระราชทานไปยังวัดซิงซ่าน (興善寺) ให้พระสงฆ์ได้สักการะ จากนั้นทรงถามขุนนางว่านี่เป็นลางอะไร มีผู้ทูลว่าที่เขาไท่อี (太一山) มีพระอาจารย์เหวยเจิ้งผู้รู้แจ้งพุทธธรรม จึงรับสั่งให้นิมนต์มาเฝ้า

ฟังธรรมโดยไม่มีคำพูด

คัมภีร์ 景德傳燈錄 บันทึกบทสนทนาไว้ พระอาจารย์ทูลว่า “物無虛應” คือ สิ่งทั้งหลายไม่ตอบสนองโดยเปล่าประโยชน์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพื่อเปิดศรัทธาของพระองค์

พระอาจารย์ยกพระสูตรมาประกอบว่า ผู้ใดควรโปรดด้วยกายใด ก็แสดงกายนั้นแล้วแสดงธรรมแก่ผู้นั้น ถ้อยคำนี้มาจากบทผู่เหมินผิ่น (普門品) ในสัทธรรมปุณฑรีกสูตร (妙法蓮華經 ไทโช T0262)

จักรพรรดิตรัสว่า กายพระโพธิสัตว์ปรากฏแล้ว แต่ยังไม่ได้ยินการแสดงธรรม พระอาจารย์ย้อนถามว่า ทรงเห็นสิ่งนี้เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ธรรมดา ทรงเชื่อหรือไม่เชื่อ จักรพรรดิตอบว่า เรื่องอัศจรรย์เช่นนี้ทรงเชื่อยิ่ง

พระอาจารย์จึงทูลว่า “陛下已聞說法了” คือ “พระองค์ได้ฟังธรรมแล้ว” คัมภีร์เล่าว่าจักรพรรดิทรงปีติอย่างไม่เคยมีมาก่อน แล้วมีพระราชโองการให้วัดทั่วแผ่นดินตั้งรูปพระกวนอิม

อาจตีความได้ว่า พระอาจารย์ไม่ได้อธิบายตัวอภินิหาร แต่ชี้กลับไปที่ใจของผู้เห็น เมื่อสิ่งที่เห็นทำให้ศรัทธาเกิดขึ้น การได้เห็นนั้นก็คือการฟังธรรมแล้ว

ฉบับอื่นและตอนจบที่เล่าเพิ่มภายหลัง

อีกสามเล่มเล่าเรื่องเดียวกัน ถ้อยคำต่างกันเล็กน้อย ได้แก่ ฝอจู่ถ่งจี้ (佛祖統紀 ไทโช T2035) รวบรวมราว ค.ศ. 1269 ฝอจู่ลี่ไต้ทงไจ่ (佛祖歷代通載 ไทโช T2036) และซื่อซื่อจีกู่เลวี่ย (釋氏稽古略 ไทโช T2037) สองเล่มหลังรวบรวมสมัยราชวงศ์หยวน

คัมภีร์ 佛祖統紀 เล่าเรื่องไข่ไก่ไว้ก่อนเรื่องหอย ว่าไข่ในหม้อของครัวหลวงส่งเสียงร้องพระนามพระกวนอิม จักรพรรดิจึงสั่งห้ามใช้ไข่ไก่ คัมภีร์วางสองเรื่องนี้ต่อจากตอนที่จักรพรรดิเพิ่งรับสั่งให้พระสงฆ์งดบรรยายพระสูตร ส่วน 釋氏稽古略 ระบุปีว่ารัชศกไท่เหอปีที่ 5 (太和五年) ตรงกับ ค.ศ. 831 景德傳燈錄 บอกเพียงว่าเกิดในรัชศกนี้ (大和中 สะกดต่างกันแต่เป็นรัชศกเดียวกัน) และ 佛祖歷代通載 ไม่ระบุปี ส่วน 佛祖統紀 ซึ่งเรียงเหตุการณ์ตามปี วางเรื่องนี้ไว้ในช่วงรัชศกไคเฉิงปีแรก (開成元年) ที่ถัดมา

ทั้งสี่ฉบับจบเรื่องที่บทสนทนาเรื่องการฟังธรรม และพระราชโองการให้ตั้งรูปพระกวนอิมทั่วแผ่นดิน ไม่มีฉบับใดบอกว่าจักรพรรดิเลิกเรียกหอยเป็นบรรณาการ

ตอนจบที่เล่ากันทั่วไปว่าจักรพรรดิทรงยุติการเรียกหอย มาจากวรรณกรรม ตำนานพระกวนอิม (觀音菩薩傳奇) ที่เว็บไซต์วัดหลิงอิ่น (靈隱寺) เผยแพร่ ซึ่งเป็นการเล่าใหม่สมัยปัจจุบัน อาจตีความได้ว่าผู้เล่าขยายข้อความสั้น ๆ ว่าราษฎรเหนื่อยยาก ให้กลายเป็นตอนจบของเรื่อง

แม้สี่ฉบับจะอยู่ในพระไตรปิฎก แต่ก็รวบรวมหลังสมัยถังนับร้อยปี และเป็นการบันทึกเรื่องศาสนา จึงใช้ยืนยันไม่ได้ว่าทุกตอนเกิดขึ้นจริงในราชสำนักถัง และไม่ควรใช้เรื่องนี้อ้างว่าลายบนเปลือกหอยที่คล้ายพระพักตร์เป็นหลักฐานปาฏิหาริย์

คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』(พิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1690 ฉบับเพิ่มเติม ค.ศ. 1783) กำกับใต้ภาพปางนี้ว่า “菩薩身 唐文宗帝大和五現” คือปรากฏเป็นรูปพระโพธิสัตว์ในรัชศกไท่เหอปีที่ 5 รัชกาลถังเหวินจง (ค.ศ. 831) ตรงกับปีที่ 釋氏稽古略 ระบุข้างต้น คำว่า 菩薩身 ไม่ใช่ชื่อกายใดในสามสิบสามกายของบทผู่เหมินผิ่น ภาพในคู่มือนั่งในเปลือกหอยที่เปิดออก

ความหมายในชีวิตวันนี้

ความชอบเล็ก ๆ ของผู้มีอำนาจ อาจกลายเป็นภาระใหญ่ของคนจำนวนมาก ปางนี้ชวนให้ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงหันมามองผลกระทบของความต้องการตนเอง

ปางนี้ยังสอนว่า บางครั้งธรรมะไม่ต้องมาในรูปคำเทศนา แค่ความประหลาดใจที่ทำให้เราหยุดคิด ก็เป็นการ “ฟังธรรม” แล้ว

ถามสั้น ตอบสั้น

กวนอิมปางหอยกาบขอพรเรื่องอะไร
ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางหอยกาบอยู่ในหมวดขอบุตรและค้าขาย ข้อนี้เป็นธรรมเนียมของตำหนัก ไม่ใช่ข้อกำหนดในพระสูตร
ตำนานกวนอิมปางหอยกาบเล่าว่าอย่างไร
เรื่องนี้บันทึกในคัมภีร์ประวัติพุทธศาสนาจีนสี่เล่มในพระไตรปิฎก ฉบับเก่าที่สุดคือ 景德傳燈錄 (ไทโช T2076) ซึ่งเล่าว่าจักรพรรดิถังเหวินจงจุดธูปอธิษฐานต่อหอยที่แกะไม่ออก หอยจึงกลายเป็นรูปพระโพธิสัตว์ แล้วทรงให้วัดทั่วแผ่นดินตั้งรูปพระกวนอิม ส่วนตอนจบที่ว่าจักรพรรดิเลิกเรียกหอยเป็นบรรณาการ มาจากการเล่าใหม่สมัยปัจจุบัน ไม่มีในคัมภีร์ทั้งสี่เล่ม
ดูอย่างไรว่าพระรูปเป็นปางหอยกาบ
ปางหอยกาบแสดงพระกวนอิมประทับภายในเปลือกหอยสองฝาที่เปิดออกคล้ายซุ้ม งานสลักบางชิ้นมีฐานบัวโค้งคล้ายเปลือกหอย จึงต้องดูสันบนฝาหอยและบริบทของชิ้นงาน ไม่ตัดสินเพียงเพราะฐานโค้ง

ตำแหน่งในตำหนัก

จุดที่ ๒๕ ตามลำดับการเดินไหว้ — ดู ผังจุดไหว้ในตำหนัก

ชื่ออื่นที่พบ อวโลกิเตศวรหอยกาบ · เก๋อหลีกวนอิน

อ้างอิง
  1. 景德傳燈錄 卷4 ไทโช T2076 เล่ม 51 หน้า 234a18–b05
  2. 佛祖統紀 卷42 ไทโช T2035 เล่ม 49 หน้า 385b27–c12 (สรุปซ้ำใน 卷53 หน้า 469a25–28) · 佛祖歷代通載 卷16 ไทโช T2036 เล่ม 49 หน้า 632c10–20 · 釋氏稽古略 卷3 ไทโช T2037 เล่ม 49 หน้า 836c12–25
  3. 妙法蓮華經 觀世音菩薩普門品 ไทโช T0262 แปลโดยพระกุมารชีวะ (鳩摩羅什) เล่ม 9 หน้า 57a22–b19 (應以…身得度者 即現…身而為說法)
  4. 靈隱寺 《觀音菩薩傳奇》 ตอนที่ 29 เรื่องหอยกาบบรรณาการ (เว็บไซต์วัดหลิงอิ่น 2014)
  5. 増補諸宗仏像図彙 巻二 (土佐秀信 画, ค.ศ. 1690 เพิ่มเติม ค.ศ. 1783) สำเนาหอสมุดรัฐสภาญี่ปุ่น ndljp/pid/3442142 คำกำกับใต้ภาพ: 菩薩身 唐文宗帝大和五現
  6. CBETA Chinese Electronic Tripiṭaka Collection (ฉบับ XML P5)

เรียบเรียงจาก «ประวัติเจ้าแม่กวนอิม ๓๓ ปาง» ฉบับวิชาการ