องค์ปางอามาติ (ทรงสิงห์) 阿摩提觀音 ในตำหนักผู่โถวเจ้าแม่กวนอิม

๒๑ / ๓๓

ปางอามาติ (ทรงสิงห์)

阿摩提觀音Āmótí Guānyīnอาโมถีกวนอินญี่ปุ่น: อามะได คันนง

แก่นของปางกล้าหาญดุจราชสีห์ แต่ถือพิณแทนอาวุธ

ลักษณะเด่น

แบบตามคัมภีร์ มีสามพระเนตร สี่พระกร ประทับบนสิงโตขาว พระหัตถ์คู่หน้าทรงพิณ ส่วนแบบในชุด 33 ปางที่เรียบง่ายกว่า ประทับผ่อนพระบาทบนศิลา

สรุปสั้น ๆ

  • คัมภีร์ 觀自在菩薩阿麼𪘨法 (ไทโช T1115) ให้อีกชื่อว่า 無畏觀自在 พระอวโลกิเตศวรผู้ไม่หวาดกลัว
  • คัมภีร์บรรยายรูปสามพระเนตร สี่พระกร ประทับบนสิงโตขาว ทรงพิณกงโหวหัวนกฟีนิกซ์ (鳳頭箜篌) ไม่ใช่หัวหงส์
  • ตีความได้ว่า สิงโตขาว = ความไม่หวาดกลัวที่บริสุทธิ์ พิณ = ความอ่อนโยนที่ช่วยคลายความกลัว
  • การจับคู่กับรูปกายท้าวเวสสุวรรณในบทผู่เหมินผิ่นเป็นการจัดชุดของตำรา ไม่ใช่ข้อความในคัมภีร์
  • ข้อคิด: กล้าหาญโดยไม่ต้องทำให้ใครหวาดกลัว

ขอพรปางนี้อย่างไรรอตำหนักยืนยัน

ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดการคุ้มครอง เพราะคัมภีร์เรียกปางนี้ว่าพระอวโลกิเตศวรผู้ไม่หวาดกลัว และพระรูปประทับกับสิงโต ซึ่งอาจตีความได้ว่าแสดงความไม่หวั่นไหวที่มีความกรุณานำทาง

เมื่อพนมมือต่อหน้าพระรูป ให้บอกชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของตน แล้วกล่าวเรื่องที่ขอให้ชัด เช่น ขอให้ลูกที่ต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยงปลอดภัยจากผู้มุ่งร้าย จากนั้นกล่าวคำอธิษฐานของปางนี้ว่า “ขอให้แคล้วคลาดจากภัยของสัตว์ร้ายและผู้มุ่งร้าย” แล้วปิดด้วยพระนาม “นำโม กวนซีอิม ผู่สัก” สามจบ

“ขอให้แคล้วคลาดจากภัยของสัตว์ร้ายและผู้มุ่งร้าย”

บทสวดและเพลงประจำปางรอตำหนักยืนยัน

คัมภีร์ของปางนี้

觀自在菩薩阿麼𪘨法คัมภีร์พิธีบูชาปางอามาติ

ปางนี้มีคัมภีร์ของตัวเองในพระไตรปิฎก (ไทโช T1115) ให้อีกชื่อว่า 無畏觀自在 และบรรยายรูปกับวิธีบูชา เป็นพิธีที่ต้องมีผู้รู้นำ ไม่ใช่บทสำหรับสวดเอง ผู้มาไหว้ใช้บทสรรเสริญด้านล่างกับพระนามได้

บทสรรเสริญภาษาไทย กาพย์ยานี ๑๑

ทรงสิงห์ขาวองอาจไม่ประมาทไม่หวาดหวั่นพระหัตถ์ทรงพิณนั้นแทนอาวุธที่น่ากลัว

เสียงพิณอ่อนโยนนักรักษาใจไม่ให้มัวความหวาดหวั่นทั้งตัวค่อยคลายลงทีละน้อย

กล้าหาญโดยไม่ทำความกลัวแก่ใครสักหน่อยขอพ้นภัยที่คอยทั้งสัตว์ร้ายและคนพาล

นำโม กวนซีอิม ผู่สัก (สามจบ)

อุทิศ ขออุทิศกุศลแห่งการสวดนี้ แด่ผู้ที่กำลังหวาดกลัว และสรรพสัตว์ทั้งปวง

ตำหนักเรียบเรียงจากความหมายของปาง ไม่ใช่พระสูตร ใช้สวดหน้าองค์หรือสวดในใจได้ ไม่มีจำนวนจบที่กำหนด

ที่มาของแต่ละบท
  • คัมภีร์บรรยายรูปประทับบนสิงโตขาว ทรงพิณกงโหว (T1115)
  • สิงโตขาว = ความไม่หวาดกลัวที่บริสุทธิ์ พิณ = ความอ่อนโยนที่ช่วยคลายความกลัว ตามการตีความของปาง
  • กล้าหาญโดยไม่ต้องทำให้ใครหวาดกลัว ตามข้อคิดของปาง
เพลงบรรเลงพิณกับราชสีห์1:29เสียงคล้ายพิณกงโหวกระจายคอร์ดบนบันไดเสียงห้าเสียงโหมดซาง (商) มีเสียงระฆังเปิดและปิด

เป็นเพลงสำหรับฟังขณะสงบใจหรือระหว่างกราบ

ความหมายและเรื่องเล่า

ส่วนนี้บอกไว้เสมอว่าเรื่องใดมาจากพระสูตรหรือเอกสารเก่า เรื่องใดเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา และส่วนใดเป็นข้อคิดสำหรับชีวิตวันนี้

ชื่อนี้มาจากไหน

พระนามจีนอ่านว่า อาโมถีกวนอิน (阿摩提觀音) บางแห่งเขียนเป็น 阿麼提觀音 ภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า อามะได คันนง คนไทยอ่านต่างกันไป พบทั้งอามาติ อามะติ และอาเมอตี จึงควรดูชื่อจีนประกอบทุกครั้ง

ชื่อนี้มีที่มาในคัมภีร์ 觀自在菩薩阿麼𪘨法 (ไทโช T1115) แปลว่า “วิธีบูชาพระอวโลกิเตศวรอามะตี” ในคัมภีร์เขียนเป็น 阿麼𪘨 ซึ่งใช้อักษรหายากตัวหนึ่ง ส่วนชุด 33 ปางเขียน 阿摩提 หรือ 阿麼提 ทั้งหมดเป็นการถอดเสียงคำอินเดียคำเดียวกันด้วยอักษรคนละรูป ตัวคัมภีร์ไม่ระบุชื่อผู้แปล

คัมภีร์นี้ยังให้อีกชื่อหนึ่งว่า 無畏觀自在 หมายถึง พระอวโลกิเตศวรผู้ไม่หวาดกลัว ชื่อนี้ตรงกับแก่นของปางที่ว่า กล้าหาญโดยไม่หวาดกลัว ส่วนชื่อไทยสายแปลศัพท์ธรรมคือ อเภตฺริอวโลกิเตศวร แต่หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่พอจะกำหนดคำสันสกฤตเดิมได้อย่างเด็ดขาด

เสียงของชื่อคล้ายพระนามพระอมิตาภะ แต่ความคล้ายของคำถอดเสียงไม่ได้หมายความว่าเป็นพระองค์เดียวกัน ปางนี้คือพระอวโลกิเตศวร

เรื่องกษัตริย์ผู้เข้มงวดในคัมภีร์

คัมภีร์ T1115 เปิดด้วยเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้บันทึกไว้ในคัมภีร์ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ตรวจสอบได้ทางประวัติศาสตร์

คัมภีร์เล่าว่า ในแคว้นโขตาน (于闐) มีอุบาสกผู้หนึ่งสวดมนต์ของพระอวโลกิเตศวรด้วยใจจดจ่อ ปรารถนาจะได้เห็นพระองค์ แต่ผ่านไปหลายปีก็ยังไม่สมหวัง คืนหนึ่งได้ยินเสียงจากอากาศบอกให้ไปเฝ้ากษัตริย์ของแคว้นใกล้เคียง

กษัตริย์องค์นั้นมีกฎหมายเข้มงวดมาก คัมภีร์ใช้คำว่า 有犯必刑 คือ ผู้ใดทำผิดต้องรับโทษ เมื่ออุบาสกได้เข้าไปในวังชั้นใน กลับเห็นทุกสิ่งงดงามดุจพุทธเกษตร แล้วจึงรู้ว่ากษัตริย์องค์นั้นคือพระอวโลกิเตศวร

อุบาสกทูลถามว่า มหาบุรุษปกครองด้วยการลงโทษได้อย่างไร มหากรุณาอยู่ที่ไหน คัมภีร์ให้พระโพธิสัตว์ตอบว่า คนในแผ่นดินนี้แข็งกระด้าง ปกครองยาก จึงแบ่งภาคมาเป็นกษัตริย์ ผู้ที่ถูกลงโทษล้วนเป็นร่างเนรมิต ไม่ใช่คนจริง เพื่อให้คนเกรงกลัวแล้วกลับตัว เมื่อบ้านเมืองเรียบร้อยแล้ว พระองค์ก็จะหายไป

คัมภีร์เล่าต่อว่า อุบาสกกล่าวว่าเพียรมาสิบสองปีจึงได้พบ แล้วได้รับมนต์อามะตีจากพระโพธิสัตว์ กลับไปเผยแผ่ที่บ้านเมืองของตน ส่วนที่เหลือของคัมภีร์เป็นคู่มือพิธี ให้สวดมนต์บทนี้และตั้งรูปพระอวโลกิเตศวรบูชา

คัมภีร์บรรยายพระรูปไว้อย่างไร

ท้ายคัมภีร์ T1115 มีหัวข้อ “วิธีวาดรูปพระอวโลกิเตศวรผู้ไม่หวาดกลัว” และบอกว่าอีกชื่อหนึ่งคือ รูปพระอวโลกิเตศวรอามะตี คัมภีร์กล่าวว่า พระรูปมี 三目四臂 คือ สามพระเนตร สี่พระกร และ 乘白師子 คือ ทรงสิงโตขาว

คัมภีร์กล่าวต่อว่า ทรงมงกุฎประดับดอกบัวขาว สองพระหัตถ์หน้าทรง พิณกงโหวหัวนกฟีนิกซ์ (鳳頭箜篌) พิณกงโหวคือพิณตั้งชนิดหนึ่ง พระหัตถ์ซ้ายอีกข้างถือปลามกร (摩竭魚) คือสัตว์น้ำในตำนานอินเดีย พระหัตถ์ขวาอีกข้างถือนกมงคลสีขาว

พระบาทซ้ายพับวางบนคอสิงโต พระบาทขวาห้อยลง ทรงภูษาสวรรค์และสร้อยประดับ มีเปลวรัศมีทั่วพระวรกาย พระพักตร์เปี่ยมเมตตา ทอดพระเนตรไปทางซ้าย

หนังสือบางฉบับเล่าว่าพิณนั้นมี “หัวหงส์” แต่ตัวบทใช้คำว่า 鳳 ซึ่งหมายถึงนกฟีนิกซ์ของจีน จึงควรเรียกว่าพิณหัวนกฟีนิกซ์ ส่วนการจับคู่ปางนี้กับรูปกายท้าวเวสสุวรรณในบทผู่เหมินผิ่น (普門品) เป็นการจัดชุดของตำรา 33 ปาง ไม่ปรากฏในคัมภีร์ T1115

ภาพในชุด 33 ปางมักเรียบง่ายกว่าคำบรรยายนี้ คือประทับผ่อนพระบาทบนศิลา บางภาพไม่มีสิงโต และไม่จำเป็นต้องมีสี่พระกร จึงไม่ควรสรุปว่าทุกรายละเอียดของพระรูปสมัยใหม่มาจากคัมภีร์นี้โดยตรง

สิงโต พิณ และสิ่งที่มักเข้าใจผิด

สิงโต เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดของปางนี้ แต่สิงโตไม่ใช่พาหนะเฉพาะองค์เดียวในศิลปะพุทธ และจำนวนพระกรอย่างเดียวก็ระบุชื่อไม่ได้ ถ้าองค์ใดมีป้าย 阿麼提觀音 และประทับกับสิงโต ป้ายนั้นใช้ระบุชื่อได้โดยตรง

ปางที่มักสับสนด้วยคือปางทรงมังกร เพราะมีสัตว์รองรับเหมือนกัน และปางตารา เพราะบางแบบมีหลายพระกร เมื่อทำภาพจากองค์จริง ไม่ควรเติมธนูหรือดาบ หรือเปลี่ยนสิงโตเป็นมังกรเพื่อความสวยงาม

อาจตีความได้ว่า สิงโตแสดงความไม่หวั่นไหว ในพุทธศาสนา เสียงคำรามของราชสีห์เรียกว่า สีหนาท ใช้เปรียบกับการประกาศธรรมอย่างมั่นคง และในคัมภีร์ พระหัตถ์คู่หน้าถือพิณ ไม่ใช่อาวุธ

เรื่องกษัตริย์ในคัมภีร์ก็อาจอ่านได้ในทางเดียวกัน ความเข้มงวดภายนอกมีความกรุณาอยู่เบื้องหลัง ความหมายนี้เป็นการตีความ ไม่ใช่คำสอนที่คัมภีร์ระบุไว้ตรง ๆ และไม่ใช่คำรับรองให้ใช้ความรุนแรง

คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』(พิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1690 ฉบับเพิ่มเติม ค.ศ. 1783) กำกับใต้ภาพปางนี้ว่า “毘沙門身” คือรูปกายท้าวเวสสุวรรณที่พระอวโลกิเตศวรทรงแสดงในบทผู่เหมินผิ่น (ไทโช T0262 เล่ม 9 หน้า 57b04) ภาพในคู่มือนั่งบนศิลา ชันพระชานุ สองพระกร ไม่มีสิงโต การจับคู่นี้เป็นการจัดชุดของคู่มือ ไม่ใช่ข้อความในพระสูตร

ความหมายในชีวิตวันนี้

ความกล้าหาญแบบอามาติไม่ใช่การทำให้คนอื่นกลัว แต่คือการไม่ให้ความกลัวครอบงำใจ ลองฝึกสามขั้นง่าย ๆ ยอมรับว่าเรากลัวอะไรโดยไม่ตำหนิตัวเอง

จากนั้นแยกแยะว่าอะไรคือภัยจริง อะไรคือสิ่งที่ใจคิดขยายเกินจริง แล้วเลือกลงมือทำสิ่งเล็กที่สุดที่ทำได้เลย

ปางที่มักสับสนกัน

  • ๐๒ปางทรงมังกร龍頭觀音

    ทั้งสองปางมีสัตว์รองรับ ปางทรงมังกรมีมังกรรองรับ ส่วนปางอามาติมีสิงโตรองรับและบางแบบมีหลายพระกร

  • ๒๔ปางตารา多羅尊觀音

    จำนวนพระกรอย่างเดียวแยกสองปางนี้ไม่ได้ ให้ดูพระนามจีน พาหนะ และคัมภีร์ที่อ้าง ปางอามาติประทับกับสิงโต ส่วนปางตาราในชุดนี้มักเป็นรูปสตรียืนสัมพันธ์กับเมฆ

ถามสั้น ตอบสั้น

กวนอิมปางอามาติขอพรเรื่องอะไร
ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางอามาติอยู่ในหมวดการคุ้มครอง ข้อนี้เป็นธรรมเนียมของตำหนัก ไม่ใช่ข้อกำหนดในคัมภีร์ ความหมายที่มักอ่านจากพระรูปคือความกล้าหาญที่อยู่ใต้การนำของความกรุณา
กวนอิมปางอามาติถืออะไร
คัมภีร์ 觀自在菩薩阿麼𪘨法 (ไทโช T1115) บรรยายว่ามีสามพระเนตร สี่พระกร ทรงสิงโตขาว สองพระหัตถ์หน้าทรงพิณกงโหวหัวนกฟีนิกซ์ อีกสองพระหัตถ์ถือปลามกรและนกมงคลสีขาว ส่วนภาพในชุด 33 ปางมักเรียบง่ายกว่า คือประทับผ่อนพระบาทบนศิลา บางภาพ เช่น ในคู่มือภาพญี่ปุ่น มีเพียงสองพระกรและไม่มีสิงโต
ปางอามาติมาจากคัมภีร์อะไร และเป็นพระอมิตาภะหรือไม่
ปางนี้มีที่มาในคัมภีร์ 觀自在菩薩阿麼𪘨法 (ไทโช T1115) ซึ่งเรียกอีกชื่อว่าพระอวโลกิเตศวรผู้ไม่หวาดกลัว (無畏觀自在) และเปิดด้วยเรื่องเล่าว่าพระโพธิสัตว์แบ่งภาคเป็นกษัตริย์ผู้เข้มงวดในแคว้นใกล้โขตาน เรื่องนั้นเป็นเรื่องเล่าในคัมภีร์ ไม่ใช่เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันได้ ชื่ออามาติเป็นคำถอดเสียงที่ฟังคล้ายพระอมิตาภะ แต่ปางนี้คือพระอวโลกิเตศวร ไม่ใช่พระอมิตาภะ

ตำแหน่งในตำหนัก

จุดที่ ๒๑ ตามลำดับการเดินไหว้ — ดู ผังจุดไหว้ในตำหนัก

ชื่ออื่นที่พบ อเภตฺริอวโลกิเตศวร · อาโมถีกวนอิน · Abhetri · 阿麼提觀音

อ้างอิง
  1. 觀自在菩薩阿麼𪘨法 ไทโช T1115 เล่ม 20 หน้า 502b–503a
  2. 台灣三十三觀音 หน้า 觀音法相
  3. 増補諸宗仏像図彙 巻二 (土佐秀信 画, ค.ศ. 1690 เพิ่มเติม ค.ศ. 1783) สำเนาหอสมุดรัฐสภาญี่ปุ่น ndljp/pid/3442142 คำกำกับใต้ภาพ: 毘沙門身
  4. 妙法蓮華經 觀世音菩薩普門品 ไทโช T0262 เล่ม 9 หน้า 57b04
  5. CBETA Chinese Electronic Tripiṭaka Collection (ฉบับ XML P5)

เรียบเรียงจาก «ประวัติเจ้าแม่กวนอิม ๓๓ ปาง» ฉบับวิชาการ