
๒๐ / ๓๓
ปางอานู่
阿耨觀音Ānòu Guānyīnอาโน่วกวนอินญี่ปุ่น: อาโนคุ คันนง
แก่นของปางใจที่เย็นดุจสระบนภูเขาหิมะ ส่งสายน้ำหล่อเลี้ยงไปทั่วทุกทิศ
ลักษณะเด่น
ประทับบนศิลา ทอดพระเนตรไปยังทะเล มักยกพระชานุขึ้นและประสานพระหัตถ์โอบไว้
สรุปสั้น ๆ
- 阿耨 มาจากชื่อ "สระอโนดาต" สระไร้ความร้อนบนภูเขาหิมพานต์
- สระนี้เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำใหญ่สี่สาย ผ่านปากช้าง โค ม้า และสิงห์
- เชื่อมโยงกับคาถาผู่เหมินผิ่น เรื่องผู้ลอยคอกลางทะเลที่คลื่นไม่อาจกลืน
- สัญลักษณ์ของใจที่เย็นสงบ พ้นจากไฟแห่งกิเลส
- ต่างจากปางที่ 19 (สงบระงับ) ตรงท่าประทับที่ยกพระชานุ และที่มาของชื่อจากสระอโนดาต
ขอพรปางนี้อย่างไรรอตำหนักยืนยัน
ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดการเดินทางและการคุ้มครอง เพราะพระรูปทอดพระเนตรทะเล และพจนานุกรมพุทธศาสนาจีนเชื่อมปางนี้กับคาถาในบทผู่เหมินผิ่น เรื่องผู้ลอยอยู่กลางทะเลที่คลื่นไม่อาจกลืน
เมื่อพนมมือต่อหน้าพระรูป ให้บอกชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของตน แล้วกล่าวเรื่องที่ขอให้ชัด เช่น ขอให้ลูกที่กำลังจะไปทำงานต่างประเทศเดินทางไปและกลับโดยปลอดภัย จากนั้นกล่าวคำอธิษฐานของปางนี้ว่า “ขอให้ผู้เดินเรือและผู้เดินทางไกลปลอดภัยทุกคน” แล้วปิดด้วยพระนาม “นำโม กวนซีอิม ผู่สัก” สามจบ
“ขอให้ผู้เดินเรือและผู้เดินทางไกลปลอดภัยทุกคน”
บทสวดและเพลงประจำปางรอตำหนักยืนยัน
บทที่สวดคู่ได้
觀世音菩薩普門品ผู่เหมินผิ่น
ปางนี้ไม่มีคัมภีร์ของตัวเอง ตำราภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』จับคู่ไว้กับคาถา 龍魚諸鬼難 (ภัยจากมังกร ปลา และภูตผีกลางทะเล) ในบทผู่เหมินผิ่น ถ้าจะสวดบทยาว สวดบทผู่เหมินผิ่นทั้งบทได้
บทสรรเสริญภาษาไทย กาพย์ยานี ๑๑
สระบนเขาหิมะอโนดาตเย็นไร้ร้อนธารสี่สายไหลจรหล่อเลี้ยงไปทั่วทุกทิศ
ใจเย็นดั่งสระนั้นไม่หวั่นไฟกิเลสจิตลอยกลางน้ำมืดมิดใจยังลอยไม่จมไป
ขอชาวเรือทุกลำนำทางถึงฝั่งปลอดภัยใจเย็นดั่งสระใสไม่ร้อนรนกลางคลื่นลม
นำโม กวนซีอิม ผู่สัก (สามจบ)
อุทิศ ขออุทิศกุศลแห่งการสวดนี้ แด่ชาวเรือและผู้เดินทางไกล และสรรพสัตว์ทั้งปวง
ตำหนักเรียบเรียงจากความหมายของปาง ไม่ใช่พระสูตร ใช้สวดหน้าองค์หรือสวดในใจได้ ไม่มีจำนวนจบที่กำหนด
ที่มาของแต่ละบท
- สระอโนดาต สระไร้ความร้อนบนภูเขาหิมพานต์ ต้นกำเนิดแม่น้ำใหญ่สี่สาย จากทีฆาคม 世記經 (T0001 เล่ม 18)
- ผู้ลอยคอกลางทะเลที่คลื่นไม่อาจกลืน จากคาถาผู่เหมินผิ่น (T0262 หน้า 57c19–20)
เป็นเพลงสำหรับฟังขณะสงบใจหรือระหว่างกราบ
ความหมายและเรื่องเล่า
ส่วนนี้บอกไว้เสมอว่าเรื่องใดมาจากพระสูตรหรือเอกสารเก่า เรื่องใดเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา และส่วนใดเป็นข้อคิดสำหรับชีวิตวันนี้
ชื่อ “อานู่” มาจากไหน
ปางอานู่ (阿耨觀音) จีนกลางอ่านว่า อาโน่วกวนอิน ญี่ปุ่นเรียกว่า อาโนคุ คันนง คำว่า “อานู่” ไม่ได้มีความหมายแบบคำจีนทั่วไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของคำถอดเสียงจากภาษาอินเดีย
พจนานุกรมอธิบายว่า คำนี้ย่อมาจากชื่อ สระอโนดาต (阿耨達池) ซึ่งมาจากคำสันสกฤตว่า อนวตัปตะ (Anavatapta) จีนแปลชื่อสระนี้ว่า “สระไร้ความร้อน” (無熱池) หรือ “สระไร้ความเร่าร้อนรบกวน” (無熱惱池) คำแปลนี้มีรากเก่า ฉบับไทโชของคัมภีร์ทีฆาคม (長阿含經 ไทโช T0001) มีหมายเหตุแทรกว่า “阿耨達秦言無惱熱” แปลว่า อโนดาตคือไม่มีความร้อนรบกวน
อักษร 阿耨 ยังปรากฏต้นคำ 阿耨多羅三藐三菩提 ที่หมายถึงการตรัสรู้ มหาปรัชญาปารมิตาศาสตร์ (大智度論 ไทโช T1509) อธิบายว่า 阿耨多羅 แปลเป็นจีนว่า 無上 “ไม่มีสิ่งใดยิ่งกว่า” คำนั้นถอดเสียงจากคำอินเดียคนละคำกับชื่อสระ การแปลชื่อปางนี้ว่า “สูงสุด” จึงเป็นการนำคำสองชุดมาปนกัน
สระอโนดาตในคัมภีร์
สระอโนดาตเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในคติเรื่องโลกและจักรวาลของพุทธศาสนา คัมภีร์ทีฆาคม เล่มที่ 18 ตอน 世記經 กล่าวว่า บนยอดเขาหิมะ (雪山) มีสระอโนดาต กว้างยาวด้านละ 50 โยชน์ น้ำในสระ “清冷,澄淨無穢” คือเย็น ใส สะอาด ไม่มีสิ่งโสโครก มีดอกไม้สี่สีใหญ่เท่าล้อเกวียน
คัมภีร์เดียวกันกล่าวว่า สระนี้มีแม่น้ำไหลออกสี่ทิศ ทิศตะวันออกแม่น้ำ 恒伽 (คงคา) ไหลออกจากปากโค ทิศใต้แม่น้ำ 新頭 ออกจากปากสิงโต ทิศตะวันตกแม่น้ำ 婆叉 ออกจากปากม้า ทิศเหนือแม่น้ำ 斯陀 ออกจากปากช้าง แต่ละสายรวมแม่น้ำอีกห้าร้อยสายแล้วไหลลงทะเลในทิศของตน
คัมภีร์เล่าที่มาของชื่อว่า พญานาคทั่วชมพูทวีปมีทุกข์สามอย่าง คือ ลมร้อนทรายร้อนเผากาย พายุพัดอาภรณ์หลุดจนเผยร่างนาค และครุฑบุกจับกิน มีเพียงพญานาคแห่งสระนี้ที่พ้นทุกข์ทั้งสาม จึงชื่อว่าอโนดาต ชื่อ “ไร้ความร้อน” จึงมีรากในคัมภีร์
มหาปรัชญาปารมิตาศาสตร์ เล่มที่ 7 บรรยายต่างไปในรายละเอียด สระชื่อ 阿那婆達多 (ถอดเสียงอีกแบบ) อยู่ในเขาหิมะทางเหนือ มีบัวทองรัตนะเจ็ดประการใหญ่เท่าประทุนรถ (大如車蓋) พญานาคผู้ครองสระเป็นพระโพธิสัตว์ขั้นที่เจ็ด สายน้ำออกสี่ด้านผ่านหัวช้างทางตะวันออก หัวโคทางใต้ หัวม้าทางตะวันตก หัวสิงโตทางเหนือ แล้วเป็นแม่น้ำใหญ่ไหลลงทะเลทั้งสี่
สองคัมภีร์จึงจัดสัตว์กับทิศไม่ตรงกัน ตรงกันเพียงม้าอยู่ทิศตะวันตก หนังสือบางเล่มว่าบัวทองใหญ่เท่ากงเกวียน ถ้อยคำนั้นใกล้กับทีฆาคมเรื่องดอกไม้ในสระ ส่วนมหาปรัชญาปารมิตาศาสตร์ว่าเท่าประทุนรถ บางคนเทียบกับทะเลสาบมานัสโรวาร์ แต่เป็นเพียงข้อเสนอทางภูมิศาสตร์
ชื่อสระมาเกี่ยวกับทะเลได้อย่างไร
พจนานุกรมพุทธศาสนาของติงฝูเป่า (丁福保) ระบุว่า ปางอานู่เป็นหนึ่งในกวนอิม 33 ปาง พระรูปประทับบนศิลา ทอดพระเนตรไปยังทะเล แล้วจับคู่กับคาถาในบทผู่เหมินผิ่น (普門品) ของสัทธรรมปุณฑรีกสูตร (妙法蓮華經 ไทโช T0262)
คาถานั้นกล่าวว่า ผู้ที่ลอยอยู่กลางทะเลใหญ่ เผชิญมังกร ปลา และภูตผี เมื่อระลึกถึงพลังของพระกวนอิม คลื่นก็ไม่อาจกลืนเขาได้ พจนานุกรมอธิบายต่อว่า เพราะทะเล มังกร และปลา เกี่ยวข้องกับสระอโนดาต จึงเรียกปางนี้ว่าอานู่
คำอธิบายนี้เป็นหลักฐานที่ตรงที่สุดที่ร้อยชื่อปาง ท่ามองทะเล คาถา และสระอโนดาตเข้าด้วยกัน แต่เป็นคำอธิบายของพจนานุกรมยุคใหม่ตอนต้น ซึ่งรวบรวมจากธรรมเนียมก่อนหน้า ไม่ใช่ข้อความในพระสูตร ตัวคาถาในบทผู่เหมินผิ่นไม่ได้เอ่ยชื่อสระอโนดาต และไม่ได้กำหนดท่าประทับ
ท่าประทับและเรื่องที่มักเข้าใจผิด
แบบที่พบแพร่หลาย พระกวนอิมประทับบนศิลา ยกพระชานุ (เข่า) ข้างหนึ่งขึ้น ใช้สองพระหัตถ์ประสานหรือโอบพระชานุไว้ และทอดพระเนตรไปยังทะเลหรือผืนน้ำกว้าง แต่ช่างแต่ละสำนักอาจกลับซ้ายขวาหรือปรับท่ามือ จารึกบนฐานจึงยังเป็นหลักฐานสำคัญ
ปางนี้มักสับสนกับปางสงบระงับและปางชมน้ำตก เพราะมีศิลาและน้ำเหมือนกัน จุดแยกคือท่ายกพระชานุโอบไว้ และชื่อที่โยงกับสระอโนดาต
ไม่ควรเติมพญานาคหรือมังกรตัวใหญ่ข้างองค์ เพียงเพราะชื่อเกี่ยวกับสระของพญานาค หากมีมังกรรองรับองค์ ผู้ชมอาจเข้าใจว่าเป็นปางทรงมังกร และไม่มีหลักฐานว่าพระกวนอิมปางนี้ถือกำเนิดจากสระ
เว็บไซต์ยุคใหม่บางแห่งเล่าว่า พระกวนอิมแปลงเป็นหญิงขายหมั่นโถว ล่อคนงานออกจากเหมืองก่อนอุโมงค์ถล่ม แหล่งที่พบมักเป็นบทความสรุปหรือเว็บจำหน่ายพระรูป ไม่แสดงต้นฉบับเก่า จึงเป็นนิทานร่วมสมัยที่ยังต้องค้นต่อ ไม่ใช่ประวัติกำเนิดปาง
คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』(พิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1690 ฉบับเพิ่มเติม ค.ศ. 1783) กำกับใต้ภาพปางนี้ว่า “龍魚諸鬼難” มาจากคาถาบทผู่เหมินผิ่น (เล่ม 9 หน้า 57c19–20) ที่ว่า “或漂流巨海 龍魚諸鬼難 念彼觀音力 波浪不能沒” คือ หากลอยคอในทะเลใหญ่ มีภัยจากนาค ปลา และภูต ระลึกถึงพลังพระกวนอิม คลื่นไม่อาจกลืน ภาพในคู่มือนั่งบนศิลาเหนือน้ำ มีน้ำตกด้านหลัง การจับคู่นี้เป็นการจัดชุดของคู่มือ ไม่ใช่ข้อความในพระสูตร
ความหมายในชีวิตวันนี้
อาจตีความได้ว่า “ความร้อน” ที่สระอโนดาตไม่มี คือไฟแห่งความโลภ ความโกรธ และความหลง ใจที่พ้นจากไฟเหล่านี้จะเย็นและใส
ความเย็นนั้นไม่ได้เก็บไว้คนเดียว แต่ไหลออกไปหล่อเลี้ยงผู้คนรอบตัว เหมือนแม่น้ำสี่สายที่ไหลไปทั่วทุกทิศ
ปางที่มักสับสนกัน
- ๑๙ปางสงบระงับ能靜觀音
ทั้งสองปางประทับบนศิลาหันสู่ทะเล ปางสงบระงับเน้นความนิ่งสงบ ส่วนปางอานู่ยกพระชานุข้างหนึ่งและประสานพระหัตถ์โอบไว้
- ๐๘ปางชมน้ำตก瀧見觀音
ทั้งสองปางมีศิลาและน้ำ ปางชมน้ำตกมีน้ำตกเป็นฉากชัด ส่วนปางอานู่ทอดพระเนตรทะเลและยกพระชานุโอบไว้
ถามสั้น ตอบสั้น
- กวนอิมปางอานู่ขอพรเรื่องอะไร
- ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางอานู่อยู่ในหมวดการเดินทางและการคุ้มครอง ข้อนี้เป็นธรรมเนียมของตำหนัก ไม่ใช่ข้อกำหนดในพระสูตร แต่สอดคล้องกับที่พจนานุกรมพุทธศาสนาจีนเชื่อมปางนี้กับคาถาในบทผู่เหมินผิ่น เรื่องผู้ลอยกลางทะเลที่คลื่นไม่อาจกลืน
- ชื่อปางอานู่แปลว่าอะไร
- 阿耨 (อานู่) เป็นคำถอดเสียง ย่อมาจากชื่อสระอโนดาต (阿耨達池) ซึ่งมาจากสันสกฤตว่า อนวตัปตะ จีนแปลว่า “สระไร้ความร้อน” ไม่ควรแปลว่า “สูงสุด” เพราะเป็นคนละคำกับ 阿耨 ในคำว่า 阿耨多羅三藐三菩提 ที่หมายถึงการตรัสรู้
- ปางอานู่ต่างจากปางสงบระงับอย่างไร
- ทั้งสองปางประทับบนศิลาและหันสู่ทะเล ปางสงบระงับเน้นความนิ่งสงบ ส่วนปางอานู่มักยกพระชานุข้างหนึ่งและประสานพระหัตถ์โอบไว้ พร้อมชื่อที่โยงกับสระอโนดาต หากไม่แน่ใจ ควรดูจารึกบนฐานเป็นอันดับแรก
ตำแหน่งในตำหนัก
จุดที่ ๒๐ ตามลำดับการเดินไหว้ — ดู ผังจุดไหว้ในตำหนัก