
๐๑ / ๓๓
ปางกิ่งหลิว
楊柳觀音Yángliǔ Guānyīnหยางหลิ่วกวนอินญี่ปุ่น: โยริว คันนง
แก่นของปางกิ่งไม้เรียวอ่อนกับน้ำใสหนึ่งภาชนะ คือยาใจที่เรียบง่ายที่สุด
ลักษณะเด่น
พระหัตถ์ทรงกิ่งหลิวเรียวยาว มักมีแจกันหรือภาชนะใส่น้ำอยู่ในพระหัตถ์หรือวางอยู่ใกล้พระองค์
สรุปสั้น ๆ
- เป็นปางแรกของชุด และเป็นภาพกวนอิมที่คนคุ้นตามากที่สุดภาพหนึ่ง
- ที่มาจากพระสูตรเรื่องโรคระบาดในเมืองไวศาลี ชาวเมืองถวายกิ่งไม้กับน้ำสะอาด
- "พิษ" ในพระสูตรหมายถึงทั้งโรคภัยทางกาย และพิษในใจ คือ โลภ โกรธ หลง
- สัญลักษณ์: ความยืดหยุ่น การเยียวยา และความช่วยเหลือที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
- ใกล้เคียงกับปางที่ 33 (ประพรมน้ำ) ซึ่งเน้น "กิริยาการพรมน้ำ" มากกว่าตัวกิ่งไม้
- คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』(1690) อธิบายอีกทางว่า กิ่งหลิวลู่ลม = ใจกรุณาที่โอนอ่อนตามความปรารถนาของสรรพสัตว์
ขอพรปางนี้อย่างไรรอตำหนักยืนยัน
ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดสุขภาพและคลายทุกข์ เพราะพระสูตรที่เป็นที่มาของปางนี้เล่าถึงการขอให้ชาวเมืองพ้นจากโรคภัย และพ้นจากพิษในใจ คือ ความโลภ ความโกรธ และความหลง
เมื่อพนมมือต่อหน้าพระรูป ให้บอกชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของตน แล้วกล่าวเรื่องที่ขอให้ชัดเจน เช่น ขอให้คุณแม่ที่กำลังป่วยมีกำลังกายและกำลังใจในการรักษา จากนั้นกล่าวคำอธิษฐานว่า “ขอให้โรคภัยเบาบาง กายและใจสงบเย็นดั่งน้ำทิพย์” แล้วปิดด้วยพระนาม “นำโม กวนซีอิม ผู่สัก” สามจบ
“ขอให้โรคภัยเบาบาง กายและใจสงบเย็นดั่งน้ำทิพย์”
บทสวดและเพลงประจำปางรอตำหนักยืนยัน
บทดั้งเดิม
楊枝淨水讚บทสรรเสริญกิ่งหลิวกับน้ำบริสุทธิ์
เป็นบทสรรเสริญดั้งเดิมที่วัดจีนใช้เปิดพิธีบูชาพระกวนอิม และพบในเล่มบทสวดผู่เหมินผิ่นบางฉบับ เนื้อความพูดถึงกิ่งหลิวและน้ำบริสุทธิ์ที่ประพรมไปทั่วโลกธาตุ ซึ่งตรงกับเครื่องหมายของปางนี้ ตัวบทให้สวดตามฉบับที่ตำหนักใช้
บทสรรเสริญภาษาไทย กาพย์ยานี ๑๑
กิ่งหลิวลู่ตามลมดั่งพระก้มรับทุกใจผู้ทุกข์ร้อนแห่งใดทรงโอบอุ้มด้วยการุณย์
น้ำทิพย์ในคนทีรดชีวีให้ละมุนใจที่ร้อนรนวุ่นค่อยเย็นลงด้วยน้ำใจ
โลภ โกรธ หลง สามพิษขอจิตคลายวางลงได้ทั้งกายใจผ่องใสน้อมพึ่งพระกรุณา
นำโม กวนซีอิม ผู่สัก (สามจบ)
อุทิศ ขออุทิศกุศลแห่งการสวดนี้ แด่ผู้ป่วยไข้ ผู้ดูแล และสรรพสัตว์ทั้งปวง
ตำหนักเรียบเรียงจากความหมายของปาง ไม่ใช่พระสูตร ใช้สวดหน้าองค์หรือสวดในใจได้ ไม่มีจำนวนจบที่กำหนด
ที่มาของแต่ละบท
- กิ่งหลิวลู่ลม คือใจกรุณาที่โอนอ่อนตามความปรารถนาของสรรพสัตว์ ตามคำอธิบายใน『仏像図彙』(1690)
- กิ่งไม้กับน้ำ มาจากพระสูตรเรื่องเมืองไวศาลี (T1043)
- พิษสามประการ คือ โลภ โกรธ หลง ตามที่พระสูตรเดียวกันกล่าวถึง
เป็นเพลงสำหรับฟังขณะสงบใจหรือระหว่างกราบ
ความหมายและเรื่องเล่า
ส่วนนี้บอกไว้เสมอว่าเรื่องใดมาจากพระสูตรหรือเอกสารเก่า เรื่องใดเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา และส่วนใดเป็นข้อคิดสำหรับชีวิตวันนี้
ชื่อนี้มาจากไหน
ปางกิ่งหลิว ภาษาจีนเรียกว่าหยางหลิ่วกวนอิน (楊柳觀音) ชุดสามสิบสามปางนิยมเรียงปางนี้ไว้ลำดับแรก พระโพธิสัตว์ทรงกิ่งไม้เรียวยาว อาจทรงภาชนะน้ำ หรือมีภาชนะวางอยู่ใกล้พระองค์
ชื่อจีนอีกแบบหนึ่งเน้นคำว่า “กิ่งไม้” (楊枝觀音) คำเรียกพืชในภาษาจีนโบราณไม่จำเป็นต้องตรงกับพันธุ์ไม้ปัจจุบัน หลักฐานจึงบอกได้เพียงว่ามีกิ่งไม้ในพิธี
หนังสือฉบับวิชาการระบุว่า วัดเซโชจิ (清昌寺) ในญี่ปุ่นจัดปางนี้ไว้ในรายชื่อสามสิบสามปาง ใช้กิ่งหลิวเป็นเครื่องหมาย และเชื่อมกับคติการบรรเทาความเจ็บป่วย แต่ที่มาที่ลึกกว่านั้นอยู่ในคัมภีร์จีนเล่มหนึ่ง
เรื่องในพระสูตร เมืองไวศาลีกับโรคร้าย
คัมภีร์นี้เรียกโดยย่อว่า พระสูตรอัญเชิญกวนอิมระงับพิษภัย (請觀世音菩薩消伏毒害陀羅尼呪經 ไทโช T1043) หัวคัมภีร์ระบุว่าแปลเป็นภาษาจีนในสมัยราชวงศ์จิ้นตะวันออก โดยคฤหัสถ์ชาวชมพูทวีป 竺難提 ส่วนคำถามเรื่องผู้แต่งและอายุของต้นฉบับยังไม่ได้คำตอบครบ
คัมภีร์เล่าเรื่องไว้ว่า พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เมืองไวศาลี (毘舍離) มีพระภิกษุและพระโพธิสัตว์ร่วมประชุม ขณะนั้นชาวเมืองเผชิญโรคร้าย มีอาการที่ตา หู จมูก ลิ้น และการกิน คัมภีร์ยังกล่าวถึงยักษ์ที่เบียดเบียนผู้คนด้วย รายละเอียดเหล่านี้ไม่ควรนำไปวินิจฉัยว่าเป็นโรคชนิดใด
คฤหบดีชื่อเยว่ไก้ (月蓋) พาคฤหบดีอีกห้าร้อยคนไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทูลว่าหมอชีวกใช้วิชาจนสุดความสามารถแล้วแต่ยังช่วยไม่ได้ คัมภีร์ไม่ได้บอกว่าการรักษาทางโลกไร้ประโยชน์ เพียงเล่าว่าที่มีอยู่ยังไม่พอ
พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้หันไปทางทิศตะวันตก ซึ่งมีพระพุทธเจ้าผู้มีพระชนมายุประมาณมิได้ (無量壽) พร้อมพระอวโลกิเตศวรและพระมหาสถามปราปต์ คฤหบดีเหล่านั้นได้รับคำแนะนำให้แสดงความเคารพ ถวายเครื่องหอมและดอกไม้ และรวมใจให้ตั้งมั่น
กิ่งไม้กับน้ำ และคำว่า “พิษ”
คัมภีร์เล่าต่อว่า พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์จากทิศตะวันตกเสด็จมาถึงไวศาลี ประทับที่ประตูเมือง แสงสว่างทำให้เมืองปรากฏเป็นสีทอง จากนั้น “毘舍離人即具楊枝淨水,授與觀世音菩薩” แปลว่า ชาวเมืองไวศาลีจัดกิ่งไม้กับน้ำสะอาดถวายแด่พระอวโลกิเตศวร นี่คือข้อความที่เชื่อมพระองค์กับกิ่งไม้และน้ำ คำที่ตัวบทใช้คือ 楊枝 “กิ่งไม้” ตรงกับชื่ออีกแบบของปาง
ควรสังเกตว่ากิ่งไม้กับน้ำเป็นของที่มนุษย์นำมาถวาย ไม่ได้ร่วงลงมาจากฟ้า ผู้เดือดร้อนจึงมีส่วนร่วมในเรื่องด้วย
หลังรับของถวาย พระอวโลกิเตศวรทรงสอนให้ชาวเมืองเปล่งพระนามพระรัตนตรัยและพระนามของพระองค์ แล้วกล่าวคาถาอัญเชิญ ซึ่งขอให้พ้นจากโรคภัย และพ้นจากทุกข์แห่ง “พิษสามประการ” (三毒) ตัวบทตอนหลังขยายความว่าคือ ความโลภ ความโกรธ และความหลง คำว่าพิษจึงไม่ได้หมายถึงสารพิษทางกายอย่างเดียว แต่รวมถึงรากของความทุกข์ในใจด้วย คัมภีร์กล่าวว่าเมื่อกล่าวจบ ชาวเมืองไวศาลีก็หายเป็นปกติดังเดิม โดยไม่ได้บรรยายว่าพระโพธิสัตว์ทรงประพรมน้ำแต่อย่างใด
เนื้อความต่อจากนั้นขยายจากโรคไปสู่ภัยอื่น เช่น ไฟ ความอดอยาก โจร สัตว์ร้าย การหลงทาง การถูกจองจำ และภัยกลางทะเล แล้วสรุปว่าโลกนี้จึงเรียกพระอวโลกิเตศวรว่า “施無畏者” ผู้ให้ความไม่หวาดกลัว ชื่อเรียกเดียวกันนี้ปรากฏในบทผู่เหมินผิ่น (普門品) ของสัทธรรมปุณฑรีกสูตร (妙法蓮華經 ไทโช T0262) ด้วย
จากพระสูตรสู่พระรูป
คัมภีร์ไม่ได้กำหนดว่าพระหัตถ์ข้างใดถือกิ่ง หรือกิ่งต้องมีกี่ใบ ช่างแต่ละแห่งจึงกำหนดรายละเอียดกันเอง ในคัมภีร์ ชาวเมืองเป็นผู้ถวายกิ่งไม้และน้ำ แต่ในพระรูป พระโพธิสัตว์อาจทรงถือทั้งสองสิ่งไว้เอง ภาพนิ่งย่อเรื่องทั้งหมดไว้ในองค์เดียว
สิ่งที่สรุปได้หนักแน่นคือ กิ่งไม้และน้ำสัมพันธ์กับพระอวโลกิเตศวรในคัมภีร์ แต่ไม่ควรสรุปต่อว่าชุดสามสิบสามปางเกิดขึ้นพร้อมการแปลพระสูตร หรือพระรูปทุกองค์ทำตามต้นแบบเดียวกัน
ดูอย่างไรไม่ให้สับสน
ปางกิ่งหลิวมักถูกสับสนกับปางประพรมน้ำ เพราะมาจากคัมภีร์เดียวกันและมีกิ่งไม้กับภาชนะน้ำเหมือนกัน ปางกิ่งหลิวเน้น กิ่งไม้เป็นเครื่องหมาย ส่วนปางประพรมน้ำเน้นกิริยาการประพรมน้ำ จึงควรดูชื่อกำกับประกอบด้วย
กิ่งยาวเป็นส่วนที่เปราะ อาจหลุดหายหรือถูกเปลี่ยนในภายหลัง หากหลักฐานไม่พอ การบอกว่า “ยังไม่ยืนยันชื่อปาง” ซื่อตรงกว่าการเดา
คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』(พิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1690 ฉบับเพิ่มเติม ค.ศ. 1783) วางภาพปางนี้ไว้ท้ายหน้าเจ็ดกวนอิม ก่อนหัวข้อสามสิบสามกวนอิม และไม่ได้จับคู่กับวลีจากบทผู่เหมินผิ่นอย่างปางอื่น แต่ให้เหตุผลของตัวเอง คนละทางกับเรื่องเมืองไวศาลี ว่า “觀音應心慈悲ニテ兎モ角モ機ノ樂欲ニ應同スルヲ楊柳ノ春風ニ靡クガ如シ 故ニ總テ六觀音ニ亘ル” คือใจกรุณาของพระกวนอิมโอนอ่อนตามความปรารถนาของสรรพสัตว์ ดุจกิ่งหลิวลู่ไปตามลมฤดูใบไม้ผลิ จึงครอบคลุมหกกวนอิมทั้งหมด ภาพในคู่มือนั่งบนดอกบัว พระหัตถ์ขวาถือกิ่งหลิว คำอธิบายนี้เป็นมุมมองของคู่มือ ไม่ใช่ข้อความในคัมภีร์
ความหมายในชีวิตวันนี้
กิ่งหลิวอ่อนตัวตามลมแต่ไม่หัก อาจตีความได้ว่าเปรียบกับใจที่ยืดหยุ่นพอจะรับแรงปะทะของชีวิตโดยไม่แตกสลาย
และความช่วยเหลือที่ดีที่สุดบางครั้งไม่ต้องหรูหรา เพียงน้ำหนึ่งแก้วกับความจริงใจ ก็ปลอบคนที่กำลังทุกข์ได้แล้ว
ปางที่มักสับสนกัน
- ๓๓ปางประพรมน้ำ灑水觀音
ปางประพรมน้ำเน้นท่าประพรมน้ำ ส่วนปางกิ่งหลิวเน้นกิ่งไม้ในพระหัตถ์เป็นเครื่องหมาย
ถามสั้น ตอบสั้น
- กวนอิมปางกิ่งหลิวถืออะไร
- พระโพธิสัตว์ทรงกิ่งไม้เรียวยาว อาจทรงภาชนะน้ำ หรือมีภาชนะวางอยู่ใกล้พระองค์ ที่มาคือพระสูตรที่เล่าว่าชาวเมืองไวศาลีนำกิ่งไม้กับน้ำสะอาดมาถวายพระอวโลกิเตศวร เมื่อเมืองเผชิญโรคร้าย
- กวนอิมปางกิ่งหลิวขอพรเรื่องอะไร
- ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดสุขภาพและคลายทุกข์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของตำหนัก ไม่ใช่ข้อกำหนดในพระสูตร ส่วนพระสูตรที่เป็นที่มาของปางนี้กล่าวถึงการขอให้พ้นจากโรคภัยและพิษสามประการ คือ ความโลภ ความโกรธ และความหลง
- ปางกิ่งหลิวต่างจากปางประพรมน้ำอย่างไร
- ทั้งสองปางมีกิ่งไม้และภาชนะน้ำเหมือนกัน แต่ปางกิ่งหลิวเน้นกิ่งไม้เป็นเครื่องหมาย ส่วนปางประพรมน้ำเน้นท่าประพรมน้ำ เพราะสองปางใช้ของร่วมกันได้ จึงควรดูชื่อกำกับที่ฐานประกอบด้วย
ตำแหน่งในตำหนัก
จุดที่ ๑ ตามลำดับการเดินไหว้ — ดู ผังจุดไหว้ในตำหนัก