องค์ปางถือคัมภีร์ 持經觀音 ในตำหนักผู่โถวเจ้าแม่กวนอิม

๐๓ / ๓๓

ปางถือคัมภีร์

持經觀音Chíjīng Guānyīnฉือจิงกวนอินญี่ปุ่น: จิเคียว คันนง

แก่นของปางคัมภีร์ในพระหัตถ์ ไม่ได้มีไว้อ่านเพียงลำพัง แต่มีไว้ส่งต่อ

ลักษณะเด่น

พระหัตถ์ทรงม้วนคัมภีร์หรือหนังสือ มักประทับนั่งอย่างสงบบนศิลา

สรุปสั้น ๆ

  • 持 แปลว่าทั้ง "ถือ" และ "รักษาไว้" ปางนี้จึงหมายถึงผู้ธำรงพระธรรม
  • ที่มาทางความคิดจากพระสัทธรรมปุณฑรีกสูตร บทที่ 10 (บทธรรมภาณก)
  • อุปมาขุดดินหาน้ำ: การเรียนรู้คือกระบวนการที่ค่อย ๆ ลึกขึ้น
  • ห้องคือกรุณา อาภรณ์คือความอดทน อาสนะคือความเข้าใจในความว่าง
  • ต่างจากปางที่ 26 (หกกาล) ซึ่งมักยืนถือหีบคัมภีร์ และเน้นการระลึกตลอดวันคืน
  • คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』จับคู่ปางนี้กับรูปกายพระสาวก (聲聞身) ในบทผู่เหมินผิ่น

ขอพรปางนี้อย่างไรรอตำหนักยืนยัน

ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดพรเรื่องการงานและการคลายทุกข์ เพราะคัมภีร์ในพระหัตถ์หมายถึงการรักษาและส่งต่อปัญญา ซึ่งเกื้อหนุนทั้งการเรียน การงาน และการมองปัญหาในใจอย่างเข้าใจ

เริ่มด้วยการบอกชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของตน แล้วกล่าวเรื่องที่ขอให้ชัด เช่น ขอให้มีสติและความตั้งใจในการเรียนหรืองานที่รับผิดชอบอยู่ จากนั้นกล่าวคำอธิษฐานของปางนี้ว่า “ขอให้สติปัญญาแจ่มใส เล่าเรียนและการงานก้าวหน้า” แล้วปิดด้วยพระนาม “นำโม กวนซีอิม ผู่สัก” สามจบ

“ขอให้สติปัญญาแจ่มใส เล่าเรียนและการงานก้าวหน้า”

บทสวดและเพลงประจำปางรอตำหนักยืนยัน

บทที่สวดคู่ได้

觀世音菩薩普門品ผู่เหมินผิ่น

ปางนี้ไม่มีคัมภีร์ของตัวเอง ตำราภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』จับคู่ไว้กับรูปกายพระสาวก (聲聞身) ในบทผู่เหมินผิ่น ถ้าจะสวดบทยาว สวดบทผู่เหมินผิ่นทั้งบทได้

อ่านบทผู่เหมินผิ่นและวิธีสวด

บทสรรเสริญภาษาไทย กาพย์ยานี ๑๑

คัมภีร์ที่ทรงถือคือธรรมที่ส่งต่อไปรักษาไว้ในใจแล้วมอบต่อด้วยเมตตา

ขุดดินหาน้ำใสใจเพียรขุดลึกลงมาดินแห้งแล้วชื้นหนาจึงพบน้ำเย็นชื่นใจ

ขอสติปัญญาพาใจเพียรไม่ถอยไปสิ่งเรียนอยู่ติดกายนำมาใช้ยามจำเป็น

นำโม กวนซีอิม ผู่สัก (สามจบ)

อุทิศ ขออุทิศกุศลแห่งการสวดนี้ แด่ผู้กำลังเรียนรู้ ครูอาจารย์ และสรรพสัตว์ทั้งปวง

ตำหนักเรียบเรียงจากความหมายของปาง ไม่ใช่พระสูตร ใช้สวดหน้าองค์หรือสวดในใจได้ ไม่มีจำนวนจบที่กำหนด

ที่มาของแต่ละบท
  • 持 แปลว่าทั้งถือและรักษาไว้ ปางนี้จึงหมายถึงผู้ธำรงพระธรรมและส่งต่อ
  • อุปมาขุดดินหาน้ำ จากพระสัทธรรมปุณฑรีกสูตร บทธรรมภาณก (T0262 หน้า 31c09–15)
เพลงบรรเลงม้วนคัมภีร์1:26พิณเสียงทุ้ม ทำนองช้าบนบันไดเสียงห้าเสียงโหมดกง (宮) มีเสียงระฆังเปิดและปิด

เป็นเพลงสำหรับฟังขณะสงบใจหรือระหว่างกราบ

ความหมายและเรื่องเล่า

ส่วนนี้บอกไว้เสมอว่าเรื่องใดมาจากพระสูตรหรือเอกสารเก่า เรื่องใดเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา และส่วนใดเป็นข้อคิดสำหรับชีวิตวันนี้

ชื่อนี้หมายความว่าอะไร

พระนามจีนอ่านว่า ฉือจิงกวนอิน (持經觀音) ภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า จิเคียว คันนง คำว่า 持 แปลได้ทั้งถือ รับไว้ และธำรงรักษา ส่วน 經 ในที่นี้คือพระสูตร

ชื่อปางจึงมีสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือคัมภีร์ที่มองเห็นในพระหัตถ์ อีกด้านคือ การรักษาพระธรรม ให้ดำรงอยู่ผ่านความทรงจำ การศึกษา และการนำไปปฏิบัติ

พระรูปอาจทรงม้วนคัมภีร์ หนังสือเป็นเล่ม หรือวัตถุอื่นที่สื่อถึงเอกสาร ตามแบบศิลปะของผู้สร้าง หนังสือแบบเย็บเล่มไม่ได้แปลว่าเรื่องเกิดในยุคที่มีหนังสือแบบนั้น ช่างเพียงใช้สิ่งที่ผู้ชมจำได้ เพื่อให้เข้าใจความหมายง่ายขึ้น

ในชุดสามสิบสามปางของวัดเซโชจิ (清昌寺) ในญี่ปุ่น พระรูปถือคัมภีร์สัมพันธ์กับการประทับบนศิลา แต่ชื่อปางไม่ได้บังคับว่าทุกองค์ต้องนั่งท่าเดียวกัน

พระสูตรบทที่ 10 กล่าวไว้อย่างไร

สัทธรรมปุณฑรีกสูตร (妙法蓮華經) ฉบับแปลของพระกุมารชีวะ (ไทโช T0262) บทที่ 10 คือบทธรรมภาณก (法師品) กล่าวถึงผู้ “受持、讀誦、解說、書寫” คือรับรักษา อ่านสวด อธิบาย และเขียนพระสูตร แม้เพียงคาถาเดียว รวมถึงการถวายดอกไม้ เครื่องหอม และเครื่องบูชาแก่คัมภีร์ บทนี้ไม่ได้เอ่ยชื่อ 持經觀音 โดยตรง แต่ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมการถือคัมภีร์จึงมีความหมายพอจะเป็นปางหนึ่ง

กิจเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน การรับรักษาคือการยอมรับและธำรงไว้ การสวดใช้เสียงและความจำ การอธิบายพาคำสอนไปถึงผู้อื่น ส่วนการเขียนทำให้มีฉบับไว้ส่งต่อ คนที่ถนัดต่างกันจึงมีส่วนร่วมได้ คนหนึ่งเขียนงาม อีกคนอ่านชัด อีกคนอธิบายเก่ง

พระสูตรกล่าวว่า หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ผู้ใดแสดงพระสูตรนี้แม้เพียงประโยคเดียวให้คนเพียงคนเดียวฟัง พึงรู้ว่าผู้นั้นคือ “如來使” ทูตของพระตถาคต ผู้ที่พระตถาคตส่งมาทำกิจของพระตถาคต ภาระการรักษาคำสอนจึงอยู่กับมนุษย์และชุมชน

คำยกย่องนี้เป็นภาษาทางศาสนาว่าด้วยคุณค่าของการสืบทอด ไม่ใช่ใบรับรองว่าใครถือหนังสือศักดิ์สิทธิ์แล้วจะสอนถูกเสมอ ผู้ฟังยังต้องพิจารณาเนื้อหา เหตุผล และการปฏิบัติของผู้สอน

อุปมาขุดดินหาน้ำ และห้อง อาภรณ์ อาสนะ

บทเดียวกันมีอุปมาคนกระหายน้ำที่ขุดดินบนที่สูง เมื่อเห็นดินแห้งก็รู้ว่าน้ำยังอยู่ไกล เมื่อขุดต่อจนดินชื้นเป็นโคลนก็รู้ว่าใกล้น้ำแล้ว พระสูตรอธิบายเองว่า ผู้ที่ยังไม่ได้ฟัง ไม่เข้าใจ และยังไม่ได้ปฏิบัติตามพระสูตรนี้ ยังอยู่ไกลจากโพธิญาณ ส่วนผู้ที่ได้ฟัง เข้าใจ พิจารณา และปฏิบัติ ย่อมรู้ว่าตนใกล้แล้ว

อาจตีความได้ว่าการเรียนไม่ใช่การรับข้อมูลครั้งเดียวแล้วจบ การฟัง การเข้าใจ การพิจารณา และการปฏิบัติ ค่อย ๆ ลึกลงไปเหมือนการขุด คนที่ยังมีคำถามไม่ได้แปลว่าศรัทธาน้อย แต่อาจกำลังขุดให้ลึกกว่าการจำคำตอบสำเร็จรูป

พระสูตรยังกล่าวว่าผู้จะแสดงพระสูตรนี้แก่บริษัทสี่หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ต้องเข้าห้องของพระตถาคต สวมอาภรณ์ของพระตถาคต และนั่งบนอาสนะของพระตถาคต แล้วอธิบายไว้เองว่า ห้องคือ มหาเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์ อาภรณ์คือความอ่อนโยนและความอดทน ส่วนอาสนะคือความว่างของธรรมทั้งปวง คาถาท้ายบทสรุปว่า “大慈悲為室,柔和忍辱衣,諸法空為座”

อาจตีความได้ว่า ความกรุณาทำให้การสอนไม่ใช่การเอาชนะ ความอ่อนโยนช่วยให้ผู้ฟังเข้าถึงได้ และปัญญาช่วยไม่ให้ผู้สอนยึดติดความเห็นของตน

สิ่งที่มักเข้าใจผิด

หนังสือฉบับวิชาการชี้ว่า คัมภีร์ในพระหัตถ์ไม่จำเป็นต้องเป็นหฤทัยสูตร แม้พระอวโลกิเตศวรเป็นตัวละครสำคัญในพระสูตรนั้นก็ตาม ถ้ามีชื่อหรือจารึกก็ตรวจได้ตรง ถ้าหนังสือปิดและไม่มีตัวอักษร อาจเป็นสัญลักษณ์ของพระธรรมโดยทั่วไป การระบุชื่อเล่มต้องมีหลักฐานเพิ่ม

ปางนี้มักถูกสับสนกับ ปางหกกาล (六時觀音) เพราะปางหกกาลอาจมีคัมภีร์หรือสิ่งรองรับคัมภีร์เป็นเครื่องหมายเช่นกัน ในระบบชื่อ ปางถือคัมภีร์เน้นการธำรงพระธรรม ส่วนปางหกกาลเชื่อมกับความต่อเนื่องตลอดวันและคืน

ฉบับเรียบเรียงใหม่สังเกตว่าปางถือคัมภีร์มักประทับนั่ง ส่วนปางหกกาลมักยืนถือหีบคัมภีร์ แต่ในรูปจริงอาจแยกไม่ได้เด็ดขาดถ้าไม่มีป้าย ป้ายชื่อและตำแหน่งในชุดจึงเป็นหลักฐานที่ดีกว่าการดูวัตถุในพระหัตถ์จากมุมเดียว

งานวิจัยของพิพิธภัณฑ์จงไถ (中台世界) เสนอว่าปางนี้ ปางถือตะกร้าปลา และปางภรรยาหม่าหลาง สัมพันธ์กับกลุ่มเรื่องหญิงผู้ชักนำผู้คนเข้าสู่พระธรรม แต่ตำนานนี้มีหลายฉบับ และยังต้องใช้เอกสารเพิ่มเพื่อศึกษาว่าฉบับใดมาก่อน จึงไม่ควรกล่าวว่าพระรูปถือคัมภีร์ทุกองค์ตั้งใจแทนหญิงในตำนาน

คู่มือภาพญี่ปุ่น『仏像図彙』(พิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1690 ฉบับเพิ่มเติม ค.ศ. 1783) กำกับใต้ภาพปางนี้ว่า “聲聞身” คือรูปกายพระสาวกที่พระอวโลกิเตศวรทรงแสดงในบทผู่เหมินผิ่น (ไทโช T0262 เล่ม 9 หน้า 57a26) ภาพในคู่มือนั่งบนศิลา ประสานพระหัตถ์ที่พระอุระ การจับคู่นี้เป็นการจัดชุดของคู่มือ ไม่ใช่ข้อความในพระสูตร

ความหมายในชีวิตวันนี้

ความรู้ที่ไม่มีความกรุณากำกับ อาจกลายเป็นเครื่องมือทำให้คนอื่นอับอาย ปางนี้เตือนว่าการเรียนรู้ที่แท้ต้องเปลี่ยนแปลงการกระทำของเรา และความรู้จะงอกงามที่สุดเมื่อถูกแบ่งปันด้วยความเมตตา

ปางที่มักสับสนกัน

  • ๒๖ปางหกกาล六時觀音

    ทั้งสองปางอาจมีคัมภีร์ ปางนี้มักประทับนั่งและเน้นการธำรงพระธรรม ส่วนปางหกกาลมักยืนถือหีบคัมภีร์และเน้นความต่อเนื่องตลอดวันคืน ถ้าไม่มีป้ายชื่อให้ดูตำแหน่งในชุดประกอบ

  • ๑๖ปางยืดอายุ延命觀音

    ปางยืดอายุองค์ที่ประทับท่าผ่อนคลายอาจดูคล้ายปางนี้ จุดที่ใช้แยกคือจารึก 延命觀音 ที่ฐานองค์

ถามสั้น ตอบสั้น

กวนอิมปางถือคัมภีร์ถืออะไร
พระหัตถ์ทรงม้วนคัมภีร์ หนังสือ หรือวัตถุที่สื่อถึงเอกสาร คำว่า 持 แปลได้ทั้งถือ รับไว้ และธำรงรักษา ชื่อปางจึงหมายถึงผู้รักษาพระธรรม ถ้าคัมภีร์ไม่มีชื่อหรือจารึก ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นพระสูตรเล่มใด
กวนอิมปางถือคัมภีร์ขอพรเรื่องอะไร
ตามธรรมเนียมของตำหนักผู่โถว ปางนี้อยู่ในหมวดพรเรื่องการงานและการคลายทุกข์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของตำหนัก ไม่ใช่ข้อกำหนดในพระสูตร สัทธรรมปุณฑรีกสูตรบทที่ 10 ที่ช่วยอธิบายปางนี้ว่าด้วยการรักษาและถ่ายทอดพระธรรม ไม่ได้กล่าวถึงการขอพรเรื่องสอบหรือการงาน
ปางถือคัมภีร์ต่างจากปางหกกาลอย่างไร
ทั้งสองปางอาจมีคัมภีร์เป็นเครื่องหมาย ปางถือคัมภีร์เน้นการธำรงพระธรรมและมักประทับนั่ง ส่วนปางหกกาลเชื่อมกับความต่อเนื่องตลอดวันคืนและมักยืนถือหีบคัมภีร์ ในรูปจริงอาจแยกไม่ได้เด็ดขาดถ้าไม่มีป้ายชื่อ

ตำแหน่งในตำหนัก

จุดที่ ๓ ตามลำดับการเดินไหว้ — ดู ผังจุดไหว้ในตำหนัก

ชื่ออื่นที่พบ อวโลกิเตศวรทรงคัมภีร์ · ฉือจิงกวนอิน

อ้างอิง
  1. 妙法蓮華經 บทที่ 10 法師品 (บทธรรมภาณก) ฉบับแปลของพระกุมารชีวะ ไทโช T0262 เล่ม 9 หน้า 30b28–32b15 (受持讀誦解說書寫 30c10 · 如來使 30c27–28 · อุปมาขุดดิน 31c09–15 · ห้อง อาภรณ์ อาสนะ 31c23–27 และคาถา 32a10–22)
  2. 清昌寺 (วัดเซโชจิ) ญี่ปุ่น, รายชื่อ 三十三観音
  3. 楊郁如, 中台世界 บทศึกษาศิลปกรรมกวนอิม ลำดับ 85
  4. 増補諸宗仏像図彙 巻二 (土佐秀信 画, ค.ศ. 1690 เพิ่มเติม ค.ศ. 1783) สำเนาหอสมุดรัฐสภาญี่ปุ่น ndljp/pid/3442142 คำกำกับใต้ภาพ: 聲聞身
  5. 妙法蓮華經 觀世音菩薩普門品 ไทโช T0262 เล่ม 9 หน้า 57a26
  6. CBETA Chinese Electronic Tripiṭaka Collection (ฉบับ XML P5)

เรียบเรียงจาก «ประวัติเจ้าแม่กวนอิม ๓๓ ปาง» ฉบับวิชาการ