เรื่องราวในบทนี้มาจากแหล่งสามแบบ และบอกไว้ในเนื้อความเสมอว่ามาจากแบบใด — พระสูตรและเอกสารเก่า คือสิ่งที่ตรวจสอบได้ว่ามีบันทึกไว้จริง · ตำนานและความเชื่อ คือเรื่องที่ผู้ศรัทธาเล่าสืบต่อกันมา มีคุณค่าทางใจ แม้ไม่อาจยืนยันทุกรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ · ข้อคิดสำหรับชีวิตวันนี้ คือการนำความหมายของภาพมาใช้กับชีวิตจริง
เรื่องราวความเป็นมา
ชื่อจีนของปางนี้มีคำว่า 臥 ที่แปลว่า “เอน” หรือ “พักผ่อน” แต่พระรูปจริงมีทั้งท่าเอนและท่าประทับนั่ง จึงเรียกกลาง ๆ ว่า “ปางประทับบนบัว”
ดอกบัวมีความหมายลึกซึ้งในคัมภีร์ของพุทธศาสนาฝ่ายสุขาวดี พระอมิตาภสูตร พรรณนาว่าในแดนสุขาวดีมีสระน้ำอันประกอบด้วยรัตนะ ภายในมีดอกบัวใหญ่เท่ากงล้อรถ บัวสีเขียวเปล่งแสงสีเขียว บัวเหลืองเปล่งแสงเหลือง บัวแดงเปล่งแสงแดง บัวขาวเปล่งแสงขาว หอมบริสุทธิ์ และแม้แต่เสียงนกกับเสียงลมที่พัดผ่านต้นไม้ ก็ช่วยให้ผู้คนระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
พระสูตรว่าด้วยการพิจารณาพระอมิตายุส ยังสอนให้ผู้ปฏิบัติจินตนาการถึงฐานบัวทีละส่วนอย่างละเอียด ก่อนจะนึกถึงพระอมิตาภพุทธเจ้าที่ประทับบนบัวกลาง มีพระอวโลกิเตศวรและพระมหาสถามปราปต์ประทับบนบัวอยู่สองข้าง
ในวรรณกรรมจีน กวีโจวตุนอีแห่งราชวงศ์ซ่งเขียนบทความเลื่องชื่อ “อ้ายเหลียนซัว” (愛蓮說) ยกย่องบัวว่าเกิดจากโคลนแต่ไม่แปดเปื้อนโคลน ภาพนี้จึงฝังลึกในใจชาวจีนมาจนทุกวันนี้
ความหมายในชีวิตวันนี้
“พ้นโคลนแต่ไม่แปดเปื้อน” ไม่ได้แปลว่าต้องรังเกียจรากเหง้าหรือคนที่ลำบากกว่า และการพักผ่อนอย่างมีสติก็ไม่ใช่ความขี้เกียจ บางครั้งเราต้องหยุดพักเพื่อกลับไปดูแลผู้อื่นได้ดีขึ้น ลองถามตัวเองว่า วันนี้เราเป็น “ฐานบัว” ที่รองรับใครได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่อบอุ่น อาหารที่เพียงพอ หรือหูที่พร้อมรับฟัง
คีย์พอยท์
- พระรูปประทับหรือเอนอย่างสงบบนดอกบัว ดอกบัวเป็น “ฐานรองรับ” ไม่ใช่ของที่ถือ
- ความหมายของบัวอ้างอิงจากพระอมิตาภสูตร และพระสูตรว่าด้วยการพิจารณาพระอมิตายุส
- ในแดนสุขาวดี พระอวโลกิเตศวรประทับบนบัวเคียงข้างพระอมิตาภพุทธเจ้า
- บัวพ้นโคลนคือการเติบโตโดยไม่ดูหมิ่นรากเหง้าของตน
- ต่างจากปางที่ 32 (ถือดอกบัว) ที่ดอกบัวอยู่ในพระหัตถ์
ชื่ออื่นที่พบ อวโลกิเตศวรนอนบัว · เหลียนวั่วกวนอิน · 臥蓮觀音
เรียบเรียงจาก «ประวัติเจ้าแม่กวนอิม ๓๓ ปาง» ฉบับเรียบเรียงใหม่